Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

เบียร์ฮูการ์เด้น: ความรู้และประวัติของโรงเบียร์

ประวัติ

ประวัติในยุคแรกและยุคหลัง

หมู่บ้านฮูการ์เด้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งของวิทเบียเร็น (เบียร์ขาว) ตั้งแต่ในยุคกลางเป็นต้นมา ในช่วงศตวรรษที่สิบเก้า หมูบ้านนี้มีโรงหมักเบียร์สิบสามแห่งและโรงกลั่นอีก 9 แห่ง อย่างไรก็ตามในปีค.ศ. 1957 โรงผลิตวิทเบียร์แห่งสุดท้ายของหมู่บ้านที่มีชื่อว่าทอมซินก็ปิดตัวลง สิบปีต่อมานายปิแอร์ เซลิส คนส่งนมที่เติบโตมาในย่านติดกับโรงหมักเบียร์และบางครั้งเขาก็ได้ช่วยหมักเบียร์ด้วย จึงได้ตัดสินใจที่จะลองนำเบียร์แนวนี้กลับมา เขาได้เปิดโรงหมักเบียร์แห่งใหม่ที่มีชื่อว่าสเลาซ์ (Sluis) ในโรงเก็บฟางของ เขาเอง

657635

นายเซลิสได้ใช้ส่วนประกอบแบบดั้งเดิมที่มีน้ำ ยีสต์ ข้าวสาลี ฮ็อพ ผักชี และเปลือกส้มเคียวราเซา (Curaçao) ที่เรียกกันว่าลาราฮา (Laraha) ในช่วงหลังปี 1980 ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายเซลิสจึงได้ซื้อโรงงานฮูการ์เดียซึ่งเดิมเป็นโรงงานผลิตน้ำมะนาว และนำมาขยายสายการผลิตเบียร์ของเขา

หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 1985 ผู้ผลิตเบียร์หลายรายจึงเสนอตัวที่จะเข้ามาช่วยตามธรรมเนียมในประเทศเบลเยี่ยม หนึ่งในนั้นก็คือผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศที่มีชื่อว่าอินเตอร์บริว (หลังจากรวมบริษัทกับแอมเบฟแล้วจึงเปลี่ยนชื่อเป็นอินเบฟ) อินเตอร์บริวได้ให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อตึกแห่งอื่นมาสร้างโรงผลิตเบียร์แห่งใหม่ เมื่อเวลาผ่านไป เซลิสมีความรู้สึกอย่างมากว่าบริษัทใช้การให้กู้ยืมเงินนี้เพื่อกดดันให้เขาเปลี่ยนสูตร ทั้งนี้เพื่อผลิตเบียร์ที่มุ่งขายใน “ตลาดแมส” มากขึ้น

เซลิสไปเท็กซัส

เซลิสตัดสินใจที่จะไม่ขายกิจการให้แก่พวกเขา แต่ดำเนินธุรกิจต่อไปโดยย้ายไปที่สหรัฐอเมริกาและตั้งโรงผลิตเบียร์ขึ้นในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เพื่อผลิตวิทเบียร์ต่อไป ซึ่งเขาอธิบายว่าเบียร์นี้เป็นสูตรเดียวกันกับเบียร์ฮูการ์เด้นดั้งเดิม โรงผลิตเบียร์นี้ต่อมาถูกซื้อไปโดยบริษัทมิลเลอร์ บริววิ่ง ส่วนตัวของเซลิสเองนั้นไม่ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่เท็กซัสเต็มตัว แต่ลูกสาวและลูกเขยของเขาซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงผลิตเบียร์ได้ย้ายไปอยู่เท็กซัส ในที่สุดมิลเลอร์ก็ได้ปิดโรงผลิตเบียร์นี้ลงและขายอุปกรณ์พร้อมกับชื่อทางการค้าให้แก่บริษัท มิชิแกน บริววิ่ง

16005-2

วิทเบียร์ที่เซลิสผลิตในเท็กซัสซึ่งเขาได้อธิบายว่าเป็นสูตรเดียวกับฮูการ์เด้นต้นตำรับนั้นได้มีการผลิตขึ้นในประเทศเบลเยี่ยมในเวลาเดียวกัน ตอนแรกผลิตโดย บราววาเลย์ เดอ เสม็ดท์ (Brouwerij De Smedt) และต่อมาผลิตโดย บราววาเลย์ วอน สตีนเบิร์ก (Brouwerij van Steenberge) เบียร์นี้มีชื่อว่า เซลิสไวท์ ซึ่งตอนนี้ก็ยังผลิตอยู่ในเบลเยี่ยมโดย
บราววาเลย์ วอน สตีนเบิร์ก และเคยผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยบริษัท มิชิแกน บริววิ่ง

เบียร์ฮูการ์เด้นหลังจากที่อินเบฟเข้ามาเทคโอเวอร์

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2005 อินเบฟได้ประกาศว่าจะมีการปิดตัวโรงผลิตเบียร์ฮูการ์เด้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ในเบลเยี่ยม โรงผลิตเบียร์นี้จะปิดตัวในช่วงปลายปี 2006 โดยย้ายการผลิตไปที่โรงผลิตเบียร์ที่ใหญ่กว่าของอินเบฟในเมืองเจอเปียร์ (Jupille) ว่ากันว่าเบียร์จูเลียสหายไปจากท้องตลาดในทันที และจุดประกายความกังวลขึ้นว่าเบียร์ทั้งหมดที่มีการหมักต่อในขวด (Bottle Conditioned) จะมีการเปลี่ยนแปลง การปิดตัวของโรงผลิตทำให้เกิดการประท้วงของคนท้องถิ่นในหมู่บ้านโฮการ์เด้น ซึ่งไม่พอใจที่ต้องสูญเสียสัญลักษณ์อันมีชื่อที่สุดของเมืองและนายจ้างรายใหญ่ที่สุดไป

การย้ายโรงผลิตนี้ไม่สำเร็จ ผู้ผลิตในเมืองเจอเปียร์ยังไม่พอใจในการผลิตวิทเบียร์ในท้องถิ่น ดังนั้นในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2007 บริษัทอินเบฟจึงได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการผลิตในฮูการ์เด้นต่อไป นอกจากนี้อินเบฟยังตัดสินใจที่จะแบ่งงบประมาณที่มีอยู่ 60 ล้านยูโรมาส่วนหนึ่งเพื่อนำมาปรับปรุงโรงงานผลิตในฮูการ์เด้นอีกด้วย

ประเภทของเบียร์ฮูการ์เด้น

เบียร์ข้าวสาลีฮูการ์เด้นในแก้วทรงหกเหลี่ยมอันเป็นลักษณะเฉพาะของเบียร์นี้

เบียร์ข้าวสาลี (วีทเบียร์)

เบียร์ฮูการ์เด้นมีการผลิตครั้งแรกในปีค.ศ. 1445 เป็นวิทเบียร์ที่เติมผักชีและเปลือกส้มลงไป เนื่องจากไม่ได้ผ่านการกรองเบียร์นี้จึงดูขุ่นไม่ใส ในบาร์หลายแห่งมีธรรมเนียมการดื่มเบียร์นี้คู่กับมะนาวฝาน ปริมาณแอลกอฮอล์ของมันคือ 4.9%

โรซี่: เปิดตัวในปีค.ศ. 2007 มีค่าเอบีวี 3% วางขายในสาธารณรัฐเบเนลักซ์

ซีตรอง: เปิดตัวในปีค.ศ. 2008 ค่าเอบีวี%

แกรนด์ ครู: เปิดตัวในปีค.ศ. 1985 ค่าเอบีวี 8.5%

จูเลียส: บลอนด์เอลที่มีแอลกอฮอล์ 8.8% มีรสแรงที่เกิดจากการเติมฮ็อพสามเท่า

ฟอร์บิดเดน ฟรุต: เบียร์ดาร์คเอลที่มีแอลกอฮอล์ 8.8% เติมด้วยเครื่องปรุงรสหลายชนิด

ดาส (DAS): เบียร์เอลสีอำพันที่เติมเครื่องปรุงรส มีแอลกอฮอล์ 5% มาจากสูตรปี 1931

สเปเชียล: ฮูการ์เด้นสเปเชียลเปิดตัวในปี 1995 มีค่าเอบีวี 5.7% เป็นเบียร์ข้าวสาลีแบบฟูลบอดี้เข้มข้นในสไตล์เบลเยี่ยม มีรสชาติของผลไม้ในแบบเฉพาะและมีกลิ่นเครื่องเทศชัดเจนประกอบด้วยกานพลูและผักชี มีกลิ่นของซิตรัสจางๆ ตบท้ายด้วยกลิ่นวานิลลาหอมกรุ่น รสชาติที่หวานอมเปรี้ยวสมดุลกันเป็นอย่างดี สเปเชียลมีความขมกลางๆ แต่ไม่ค่อยมีรสติดปลายลิ้น มีขายในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม

Source: http://en.wikipedia.org/wiki/Hoegaarden_Brewery

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"