Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

ลาเกอร์ A ถึง Z – ตอนที่ 2

ในบทความสัปดาห์ที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักคร่าวๆ กับเบียร์ลาเกอร์ และได้อธิบายถึงประเภทของเบียร์ลาเกอร์ 4 ประเภทหลักๆ ที่คุณสามารถหาได้ที่นี่ในประเทศไทย  บทความในสัปดาห์นี้เราจะเน้นเบียร์ลาเกอร์อีก 4 ประเภทที่เหลือจากที่มีทั้งหมด 8 ประเภท

เพื่อย้อนความสัปดาห์ที่แล้ว  เบียร์ลาเกอร์ 4 ประเภทแรก ได้แก่

  1. อเมริกัน – เบียร์อย่างบัดไวเซอร์ ช้าง ฯลฯ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งแบบผสม (มีส่วนผสมของข้าวโพดหรือข้าวปนอยู่) หรือ อเมริกันเพล (ทำจากส่วนผสมหลัก 4 อย่าง ได้แก่ น้ำ ใบฮ็อพ ข้าวบาร์เลย์ และยีสต์)
  2. ยูโรเปียน – เบียร์อย่างไฮเนเก้น หรือ สิงห์ ซึ่งผลิตตามสูตรของยุโรป และโดยทั่วไปจะประกอบด้วยมอลต์ล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นผสม
  3. แดง/อำพัน – เบียร์อย่าง แซมมวล อดัมส์ บอสตัน ลาเกอร์ (ซึ่งน่าจะมีขายในเร็วๆ นี้)  เบียร์สไตล์นี้เป็นประเภทที่เหมารวมครอบคลุมเบียร์ลาเกอร์ที่ปกติจะสีเข้มกว่า และมีใบฮ็อพมากว่าเบียร์สไตล์อเมริกันหรือยุโรป
  4. พิลส์เนอร์ – เบียร์อย่าง พิลส์เนอร์ อัวร์เควล หรือ พอลลาเนอร์ พิลส์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีสีเหมือนฟางหรือสีทอง และมีรสชาติขมกว่าเนื่องจากใส่ใบฮ็อพปริมาณมากในกระบวนการหมัก

บทความของสัปดาห์นี้จะค่อนข้างเน้นหนักไปที่เบียร์ลาเกอร์ของทางยุโรป โดยเฉพาะเยอรมัน ซึ่งดื่มเบียร์ลาเกอร์กันเป็นหลัก  ก่อนที่เราจะคุยกันเรื่องเบียร์ลาเกอร์แบบอื่นๆ เรามาดูกันว่าทำไมเบียร์เยอรมันถึงได้พิเศษนัก

ทำไมคนถึงยอมรับเบียร์เยอรมันกันเหลือเกิน?
คุณอาจจะกำลังสงสัยว่าอะไรทำให้เบียร์เยอรมัน โดยเฉพาะเบียร์ลาเกอร์ แตกต่างไปจากเบียร์อื่นๆ ในโลกนี้  ความจริงแล้ว คำตอบจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร  เหตุผลที่เราคิดว่าเบียร์ลาเกอร์เยอรมันนั้นโดดเด่นก็เป็นเพราะ Reinheitsgebot (อ่านว่า ไรไฮน์สกึโบ๊ท) หรือกฎแห่งความบริสุทธิ์ของชาวเยอรมัน ซึ่งกล่าวไว้ว่าส่วนผสมในเบียร์ต้องมีเฉพาะ น้ำ ใบฮ็อพ ข้าวบาร์เลย์ และยีสต์ เท่านั้น และยังมีความจริงที่ว่าชาวเยอรมันเป็นผู้คิดค้นและทำจนเบียร์ลาเกอร์สมบูรณ์แบบ

เรารู้สึกว่าเป็นเพราะ 2 เหตุผลนี้เองที่ทำให้คนมักจะนึกถึงเบียร์ลาเกอร์ของเยอรมันว่ามีระดับสูงกว่าเบียร์ลาเกอร์ของยุโรปและอเมริกัน  แม้จะเป็นเช่นนั้น เบียร์ลาเกอร์เยอรมันก็ใช่ว่าจะดีเหมือนกันหมด สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล

คราวนี้เรามาพูดถึงเบียร์ลาเกอร์อีก 4 แบบที่เหลือกันดีกว่า

บ๊อค
ลาเกอร์ประเภทนี้แรง มีต้นกำเนิดมาจากเยอรมันนีตอนกลาง และได้ถูกนำมาใช้และปรับเปลี่ยนโดยผู้ผลิตเบียร์ในมิวนิก  บ๊อคมีความหลากหลายในด้านของสี ซึ่งมีตั้งแต่สีทองแดงอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม และมักจะมีรสชาติหอมไหม้ มักจะมีรสคาราเมลอ่อนๆ มีรสของใบฮ็อพน้อยมากหรือไม่มีเลย  เบียร์บ๊อคหลายชนิดจะหมักและเสิร์ฟในลักษณะเบียร์ ‘เทศกาล’ หมายความว่าใช้ดื่มในโอกาสพิเศษ เช่น คริสต์มาส หรือ อีสเตอร์

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเบียร์สไตล์บ๊อคก็คือเบียร์เหล่านี้มักจะใช้ดื่มโดยพระในเยอรมันนีในช่วงอดอาหาร  พวกเขาเปรียบเทียบว่าเบียร์นี้เหมือนกับ ‘ขนมปังเหลว’ เนื่องจากความจริงที่ว่าเบียร์นี้มีรสหวานและมีสารอาหารเล็กน้อย  เบียร์บ๊อคที่มีชื่อเสียง ได้แก่ พอลลาเนอร์ ซัลเวเตอร์

เบียร์ลาเกอร์สีเข้ม/ดุงเคล
ดุลเคลเป็นชื่อที่เรียกแล้วสนุกปาก เหมือนม้วนออกมาจากลิ้น  คนที่พูดภาษาเยอรมันได้จะทราบว่าดุงเคลแปลว่าสีเข้ม และนั่นคือเบียร์ลาเกอร์ประเภทนี้ คือมีสีเข้ม  ปกติจะพบได้ในเมืองและรอบๆ เมืองมิวนิก เบียร์ดุงเคลจะมีสีอำพันเข้มถึงสีแดงเข้มจนเกือบดำ  ดุลเคงยังแบ่งเป็นประเภทย่อยๆ ได้อีกหลายประเภท ที่เห็นบ่อยที่สุดคงจะเป็น มิวนิก ซึ่งเป็นเบียร์ลาเกอร์ที่มีรสชาติของมอลต์ หอมไหม้ (ลองนึกถึงรสและกลิ่นของช็อกโกแลตจางๆ) มีความขมของใบฮ็อพน้อยที่สุด  ตัวอย่างที่ดีของเบียร์ลาเกอร์มิวนิกดุงเคล คือ มุนช์เนอร์ ดุงเคล ของ พอลลาเนอร์

ลาเกอร์สไตล์มิวนิก (เฮลลิส)
เฮลลิสเป็นภาษาเยอรมันแปลว่าสว่าง และลาเกอร์ประเภทนี้ก็เป็นเช่นนั้น  คุณอาจบอกได้จากชื่อว่าเบียร์เหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมันนี และมีความคล้ายคลึงแบบใกล้ชิดกับเบียร์ลาเกอร์พิลส์เนอร์  เบียร์ลาเกอร์เฮลลิสจะมีรสมอลต์เข้มกว่าเบียร์ชนิดเดียวกันของประเทศเช็ก โดยใช้ใบฮ็อพช่วยปรับสมดุลของมอลต์  ตัวอย่างของเบียร์ลาเกอร์เฮลลิสที่ดีคือ พอลลาเนอร์ ออริจินัล มุนช์เนอร์ เฮล และ เลอเวนบรอย ออริจินัล

เบียร์ลาเกอร์แบบ ไลท์
หลายคนที่ตั้งตนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเบียร์จะชอบดื่มเบียร์ที่เรียกกันว่า ไลท์เบียร์  ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม เบียร์เหล่านี้เป็นลาเกอร์แบบที่พิสูจน์มาแล้วว่าอยู่ได้ทนนาน  ไลท์เบียร์เกือบทั้งหมดที่มีขายในท้องตลาดจะอยู่ใน 2 ประเภทต่อไปนี้

  • แอลกอฮอล์ต่ำ – เบียร์ประเภทนี้จะแอลกอฮอล์น้อยมากหรือไม่มีเลย แต่ก็ยังคงรสชาติของเบียร์ไว้ได้บ้าง  เบียร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีแอลกอฮอล์ระหว่าง 0.5% ถึง 4%  ผู้ผลิตหลายรายทำเบียร์ประเภทนี้ด้วยการหมักเบียร์แบบปกติก่อนแล้วจึงต้องต้มหลังจากหมักแล้ว เพื่อลดปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ (แอลกอฮอล์จะเผาไหม้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าน้ำ ดังนั้นจึงสามารถทำได้โดยไม่ต้องต้มให้เบียร์เดือด)  พอลลาเนอร์ ฮีเฟอ ไวส์เบีย แอลกอฮอล์ฟราย และช้างไลท์ ต่างก็เป็นเบียร์แอลกอฮอล์ต่ำ
  • แคลอรี่ต่ำ เบียร์แคลอรี่ต่ำจะต่างกับเบียร์แอลกอฮอล์ต่ำเพราะว่าหมักโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดปริมาณแคลอรี่  นี่หมายถึงการใช้คาร์โบไฮเดรตน้อยลง และทำให้ได้เบียร์ที่อ่อนลง โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย (โดยทั่วไปจะประมาณ 4%)  เบียร์ชื่อดัง (ดังแต่ชื่อ รสชาติไม่เกี่ยว) ที่หมักโดยวิธีนี้ ได้แก่ คัวร์ส ไลท์ และ บัด ไลท์  ตัวอย่างของเบียร์แคลอรี่ต่ำในประเทศไทย คือ ซาน มิก ไลท์

ที่ว่ามาก็คงจะเป็นเรื่องราวทั้งหมดของเบียร์ลาเกอร์ เราสนใจใคร่รู้ว่าเบียร์ลาเกอร์สุดโปรดของท่านคืออะไร วานบอกที่ด้านล่าง

ความปรารถนาประจำสัปดาห์
ฮักเคอร์ ชอร์ โกลด์
เบียร์ประเภทนี้ผลิตโดยหนึ่งในผู้ผลิตดั้งเดิมในเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ และแน่นอนว่าได้เรียกความรู้สึกของการนั่งในสถานรื่นรมย์ที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนในเมืองมิวนิก ถือเพรทเซลไว้มือหนึ่ง และเหยือกเบียร์อีกมือหนึ่ง  เฮลลิสประเภทนี้มีสีทองอร่ามและรสชาติของลาเกอร์อันสดชื่น ซึ่งลาเกอร์ก็ควรจะเป็นประมาณนี้  หมดแก้ว!

 

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"