Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

สถิติเกี่ยวกับเบียร์ที่ทำให้แม้แต่คนที่ไม่กินเบียร์ยังประหลาดใจและยินดี

สถิติเกี่ยวกับเบียร์ที่ทำให้แม้แต่คนที่ไม่เมายังประหลาดใจและยินดี

เขียนโดย DOUG KNELL · 28 เมษายน 2558

 

คำเตือน: การนำเบียร์มาอาบจะไม่ทำให้ตัวคุณสะอาดหรือช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องสถิติได้ดีขึ้น

อดีตพิธีกรรายการวิทยุ รอน ดีเลกก์ ทู เคยกล่าวไว้ว่า “99 เปอร์เซนต์ของสถิติทั้งหมดบอกถึงเรื่องราวได้แค่ 49 เปอร์เซนต์เท่านั้น” ดีเลกก์กำลังพูดถึงสถิติที่พวกเขาใช้กับหลุมบ่อลื่นๆ ของการเทรดที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท แต่ที่จริงเขาอาจพูดรวมถึงอะไรก็ได้

แม้แต่เบียร์

สถาบันอาหารและวิถีชีวิตของคิริน สาขาวิจัยของบริษัท คิริน โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท คิริน บริวเวอรี่ ได้ตีพิมพ์รายงานในปี 2012 เกี่ยวกับการผลิตเบียร์ทั่วโลก  รายงานนี้แสดงให้เห็นการผลิตในแต่ละภูมิภาค รวมถึงการผลิตเบียร์ทั่วโลกโดยแบ่งเป็นประเทศสำหรับปี 2011  ประเทศจีนอยู่ในอันดับ 1 ติดต่อกันถึงสิบปีในแง่การผลิต ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย เยอรมนี เม็กซิโก ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร โปแลนด์ และสเปน ตามลำดับ ประเทศจีนผลิตเบียร์ในปริมาณเกินสองเท่าเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา และมากกว่าญี่ปุ่นประมาณเก้าเท่า

ตารางที่จัดพิมพ์โดยสถาบันคิรินแม้ว่าจะน่าสนใจแต่ก็บอกเรื่องราวได้จริงเพียง 49 เปอร์เซนต์เท่านั้น  เห็นได้ชัดว่าจีนซึ่งมีประชากร 1.3 พันล้านคนมีความสามารถในการผลิตเบียร์ได้มากกว่าเกาหลี ซึ่งมีคนอาศัยอยู่เพียง 51 ล้านคนเท่านั้น หรือเมื่อเทียบกับสาธารณรัฐเช็กซึ่งมีประชากรน้อยกว่า 10.5 ล้านคน อินเดียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลกอยู่ในยี่สิบห้าอันดับต้น (อันดับที่ 21) นั่นมันน่าประหลาดใจมากไหม? ต่อไปนี้เป็นการจัดอันดับสำหรับประเทศที่มีประชากรมากทุกประเทศในโลก (ไม่รวมประเทศที่นับถืออิสลามเป็นหลัก)  บราซิล (ที่ 3) รัสเซีย (ที่ 4) เม็กซิโก (ที่ 6) ญี่ปุ่น (ที่ 7) และไนจีเรีย (ที่ 18) ทั้งหมดมีประชากรเกิน 100 ล้านคน   

สถิติที่น่าสนใจกว่ามาก (ซึ่งสถาบันคิรินไม่ได้ตีพิมพ์) ก็คือปริมาณเบียร์ที่แต่ละประเทศผลิตโดยคิดเป็นต่อหัว ตัวเลขที่คิดเป็นต่อหัวบอกอะไรเราได้อีกมากเมื่อเอาน้ำหนักประชากรออกไปจากการพิจารณา เพื่อให้ได้ตัวเลขที่คิดเป็นต่อหัวนี้ เราจะนำปริมาณรวมของเบียร์ที่ประเทศนั้นผลิตและหารด้วยจำนวนประชากรของประเทศนั้น

ตอนนี้จะเห็นว่าประเทศจีนที่ก่อนหน้านี้อยู่อันดับ 1 ตกมาอยู่ที่อันดับ 19 โดยผลิตเบียร์เพียง 36.6 ลิตรต่อคนเท่านั้น ซึ่งพอๆ กันกับเกาหลีซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน (36 ลิตร) และไม่ได้มากกว่าประเทศไทยมากนัก (31.7 ลิตร)  อันดับ 1 ในการผลิตเบียร์ตกเป็นของสาธารณรัฐเช็ก (165.2 ลิตร) ถัดมาคือเบลเยียม (165 ลิตร) ตามด้วยเนเธอร์แลนด์ (139.5 ลิตร) เยอรมนี (118.4 ลิตร) โปแลนด์ (98.4 ลิตร) เวเนซุเอลา (77.8 ลิตร) ออสเตรเลีย (73 ลิตร) สเปน (71.8 ลิตร) และสหรัฐอเมริกา (71.6 ลิตร)   ญี่ปุ่นและโคลอมเบียผลิตเบียร์ในประมาณพอๆ กัน (44 ลิตร)   อินเดียซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกถ้ามองที่ตารางการผลิตรวม ตอนนี้กลายเป็นเหมือนผู้ผลิตรายย่อยไปแล้ว (1.5 ลิตร)

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวแค่ประมาณ 65 เปอร์เซนต์เท่านั้น  แล้วถ้าเรามามองที่การบริโภคเบียร์ต่อหัวบ้างล่ะ นั่นคือ ปริมาณโดยเฉลี่ยของเบียร์ต่อคนต่อปีในแต่ละประเทศ

สิบอันดับแรกในที่นี้จะแตกต่างกันพอสมควรทีเดียว เมื่อเทียบกับรายการที่เรามีก่อนหน้านี้  ผู้ผลิตอันดับ 1 คือสาธารณรัฐเช็กมีการบริโภคเป็นอันดับสูงสุด 148.6 ลิตร แต่ผู้ผลิตอันดับ 2 คือเบลเยียมมีการบริโภคเพียง 74 ลิตรและอยู่ที่อันดับ 18  อันดับสามของการบริโภคเป็นของออสเตรีย (107.8 ลิตร) ตามด้วยเยอรมนี (106.1 ลิตร) เอสโตเนีย (102.4 ลิตร) โปแลนด์ (98.5 ลิตร) ไอร์แลนด์ (98.3 ลิตร) โครเอเชีย (85.9 ลิตร) เวเนซุเอลา (85.5 ลิตร) ฟินแลนด์ (84.2 ลิตร) และโรมาเนีย (83.2 ลิตร)   ประเทศส่วนใหญ่ในสิบอันดับต้นนี้เป็นประเทศที่มีประชากรต่ำกว่าเมืองใหญ่บางเมืองของโลก แม้จะมีการบริโภคที่สูงและ/หรือการผลิตที่ค่อนข้างสูง แต่จำนวนประชากรที่น้อยของประเทศเหล่านี้ทำให้ปริมาณการผลิตโดยรวมไม่ติดอันดับ

ผู้ผลิตสากล 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา บราซิล ไม่มีประเทศใดเลยที่อยู่ในสิบอันดับต้นในฐานะผู้บริโภค  สหรัฐอเมริกาเข้ามาอยู่ในอันดับ 14 (77.1 ลิตร) บราซิลอยู่อันดับ 24 (68 ลิตร) และจีนอยู่อันดับ 40 (32 ลิตร) อินเดียซึ่งเป็น “เจ้าแห่งการผลิต” มีการบริโภคเบียร์เพียง 2 ลิตรต่อคนเท่านั้น  การที่ประเทศนี้ได้เป็นผู้ผลิตสากลนั้นเป็นเพียงเพราะว่ามีประชากรจำนวนมหาศาลเท่านั้นเอง

การตรวจสอบสถิติการผลิตและการบริโภคต่อหัวเทียบกันสามารถบอกเราได้มากเกี่ยวกับภาพรวมการดื่มเบียร์ในประเทศนั้นโดยอาศัยการมองเพียงแวบเดียว ลองมาดูที่สถิติเกี่ยวกับผู้ผลิตที่มีปริมาณการผลิตเบียร์ต่อหัวอยู่ในอันดับต้นๆ  สาธารณรัฐเช็กผลิต 165.2 ลิตร และบริโภค 148.6 ลิตร  เมื่อมีการค้าเสรีระหว่างประเทศ เราไม่สามารถสรุปได้จากการมองคร่าวๆ ที่ตัวเลขซึ่งสาธารณรัฐเช็กมีการบริโภค 148.6 ลิตรจากปริมาณที่ผลิต 165.2 ลิตร  การผลิตบางส่วนในสาธารณรัฐเช็กเป็นการผลิตเพื่อส่งออกและบริโภคในต่างประเทศ และการบริโภคบางส่วนในสาธารณรัฐเช็กก็มาจากการนำเข้า แต่ตัวเลขการผลิตและการบริโภคที่สูงบอกเราได้ว่าเบียร์เป็นเรื่องที่จริงจังในประเทศสาธารณรัฐเช็ก ไม่มีประเทศไหนที่จะผลิตและบริโภคผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากถ้าประชาชนในประเทศนั้นไม่เห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์

ตัวเลขของเบลเยียมยิ่งบอกอะไรเราได้มากกว่านี้ เบลเยียมผลิตเบียร์ 165 ลิตรแต่บริโภคเพียง 76.8 ลิตรเท่านั้น  อีกครั้งที่การบริโภคบางส่วนมาจากการนำเข้า และการผลิตบางส่วนก็เพื่อการส่งออก อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างตัวเลขทั้งสอง (เบลเยียมผลิตเบียร์เยอะมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่บริโภค) ดูเหมือนจะเป็นการบอกว่าเบลเยียมเป็นประเทศผู้ส่งออกเบียร์รายใหญ่ของโลก โดยพิจารณาจากตัวเลขเหล่านี้เพียงอย่างเดียว   ฮอลแลนด์ก็มีความแตกต่างในลักษณะเดียวกัน โดยมีการผลิตเกือบสองเท่าของปริมาณที่บริโภค  บังเอิญว่าฮอลแลนด์เป็นบ้านเกิดของผู้ผลิตเบียร์หลายสัญชาติรายใหญ่ เช่น แอมส์เทล และไฮเนเก้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมตัวเลขส่งออกเบียร์ของประเทศนี้จึงสูงนัก  

เมื่อเทียบกันแล้ว จีนผลิต 36.6 ลิตร และบริโภค 32 ลิตร จีนไม่ได้ผลิตเบียร์มากกว่าปริมาณที่บริโภคมากนัก เมื่อพิจารณาจากตัวเลขที่เกือบจะเท่ากัน เราอาจคิดว่าเป็นไปได้ที่จีนจะส่งออกเบียร์ทั้งหมดจาก 36.6 ลิตรต่อหัวที่ประเทศนี้ผลิตได้ และนำเข้าเบียร์ 32 ลิตรที่ใช้ในการบริโภคทั้งหมด  แต่อย่างไรมันก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น  ประเทศที่ทั้งผลิตและบริโภคสินค้าจะไม่ส่งออกสินค้าทั้งหมดและนำเข้าสินค้าทั้งหมด เนื่องจากมีเรื่องภาษีนำเข้า ภาษีอื่นๆ และตลาดที่ได้รับการปกป้อง การบริโภคในประเทศส่วนใหญ่จึงมาจากการผลิตในประเทศ ดังนั้นตัวเลขที่เกือบเท่ากันนี้จึงตรงกับความจริงที่ว่าประเทศจีนนำเข้าเบียร์บางส่วนและส่งออกบางส่วน แต่ไม่ใช่ผู้ส่งออกหรือนำเข้ารายใหญ่

ที่จริงแล้วประเทศส่วนใหญ่ในรายการของเราก็เป็นลักษณะเดียวกันกับจีน โดยมีค่าการผลิตและการบริโภคที่เกือบจะเท่ากัน  ลองมาดูโปแลน์ (ผลิต: 98.4 บริโภค: 98.5) ออสเตรเลีย (ผลิต: 73 บริโภค: 83.1 สเปน (ผลิต: 71.8 บริโภค: 68.4) สหรัฐอเมริกา (ผลิต: 71.6 บริโภค: 77.6) ญี่ปุ่น (ผลิต: 44.2 บริโภค: 43.5)

ตอนนี้เรามาถึงแค่ 82 เปอร์เซนต์ของเรื่องราวทั้งหมด ประเทศที่ผลิตและบริโภคในปริมาณเกือบเท่ากับไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำเข้าหรือส่งออกขนาดกลางเหมือนกับจีน  ตัวเลขทั้งสองนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกเรื่องราวได้ทั้งหมด  สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเข้าและส่งออกรายใหญ่ แม้ตัวเลขการบริโภคที่สูงกว่าจะแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่กว่า ญี่ปุ่นก็เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เช่นกัน การที่ตัวเลขการผลิตและการบริโภคเกือบเท่ากันก็บอกเราได้ว่าประเทศนี้ก็เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อีกเช่นกัน

ไม่มีประเทศใดที่ผลิตเบียร์คุณภาพสากลแล้วจะมีตัวเลขการผลิตต่อหัวที่ต่ำมากๆ อินเดียผลิตเพียง 1.5 ลิตร และบริโภค 2 ลิตร  ตัวเลขที่เล็กน้อยนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศอินเดียไม่ได้มีนักดื่มเบียร์มากนัก ดังนั้นจึงอาจไม่ใช่ประเทศที่ผลิตเบียร์คุณภาพยอดเยี่ยม  อีกด้านหนึ่งของสมการคือประเทศใดก็ตามที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์ในมาตรฐานระดับหนึ่งไม่น่าจะมีตัวเลขการบริโภคต่อหัวที่ต่ำ การที่อินเดียมีตัวเลขต่ำทั้งสองด้านทำให้ประเทศนี้ไม่โดดเด่นในแง่สถานที่ที่นักดื่มเบียร์ชื่นชอบ  ส่วนประเทศที่มีตัวเลขสูงทั้งสองด้าน (เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก ฮอลแลนด์ เยอรมนี โปแลนด์ เวเนซุเอลา) น่าจะผลิตและบริโภคเบียร์ที่มีคุณภาพดี

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"