Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

วิธีทําเบียร์ตามบ้านตอนที่ 6 – การหมักเบียร์แบบออลเกรน

Beer_Dec16_Aในช่วงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเราคุยกันเรื่องการหมักเบียร์ตามบ้านในประเทศไทย ดังที่เราได้บอกไปแล้วว่าการหมักเบียร์ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมกันมากนักที่นี่ด้วยสาเหตุหลักคือมันผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าส่วนประกอบและข้าวของที่จำเป็นต้องใช้นั้นค่อนข้างจะหายาก แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีคนที่หมักเบียร์เองและมีความสนใจในเรื่องนี้อยู่มากทีเดียว

บทความในเรื่องเดียวกันสองสามบทความสุดท้ายได้กล่าวถึงทั้งการหมักเบียร์โดยใช้ชุดมอลต์สกัดและชุดพาร์เทียลแมช วิธีหลักอย่างที่สามในการหมักเบียร์ตามบ้านก็คือการใช้ส่วนประกอบของคุณเอง ได้แก่ ข้าวบาร์เลย์มอลต์, ฮ็อพ, น้ำ และยีสต์

ดังนั้นเราลองมาดูบทความของสัปดาห์นี้ซึ่งจะเกี่ยวกับการหมักเบียร์โดยใช้ส่วนประกอบของคุณเอง

ก่อนที่คุณจะเริ่มหรือแม้แต่ซื้อส่วนประกอบมา คุณควรจะเลือกก่อนว่าคุณจะหมักเบียร์อะไร เว็บไซต์อย่างbeerrecipes.org/ มีสูตรให้คุณลองอยู่มากมายหลายสูตร อย่าลืมดูสูตรที่เป็นแบบออลเกรน อีกทางเลือกหนึ่งถ้าคุณสามารถหาได้ก็คือใช้ชุดที่มีเมล็ดพืชมาให้เรียบร้อย ชุดเหล่านี้จะมีเมล็ดพืชที่ไม่ได้สกัดซึ่งผ่านการสีมาเรียบร้อยและพร้อมสำหรับการแมช เมื่อคุณมีสูตรและส่วนประกอบแล้ว คุณก็พร้อมที่จะไปต่อยังการหมักเบียร์

ก่อนการหมักเบียร์

สิ่งที่เหมือนกับขั้นตอนอื่นๆ ทั้งหมดในการหมักเบียร์ตามบ้านรูปแบบอื่นๆ คือ ในวันที่หมักเบียร์ สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะมาสัมผัสกับเบียร์และส่วนประกอบ นี่หมายถึงการล้างด้วยน้ำและน้ำยาล้างจานอ่อนๆ ที่ไม่มีกลิ่น แล้วจึงฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาที่คุณซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์หมักเบียร์ หรือเติมน้ำและสารฟอกขาวสำหรับอาหาร 5 ช้อนชาลงในถังหมักของคุณ จากนั้นคุณก็สามารถนำของต่างๆ มาใส่ในถังและทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

เมื่อฆ่าเชื้อเสร็จก็ให้ล้างออกเพื่อให้แน่ใจว่าล้างสารฟอกขาวออกจนหมด เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการฆ่าเชื้อคุณก็สามารถเริ่มหมักเบียร์ได้

ขั้นตอนแรก – การแมช

ขั้นตอนแรกของการหมักเบียร์ด้วยเมล็ดพืชก็คือการแมช นี่หมายถึงการนำเมล็ดพืชที่ผ่านการสีและทำให้เป็นมอลต์มาแช่ในน้ำที่เกือบเดือดในระยะเวลาที่กำหนด สำหรับการหมักเบียร์ 29 ลิตรซึ่งเป็นปริมาณมาตรฐานสำหรับการหมักเบียร์ตามบ้าน คุณจะต้องใช้เมล็ดพืชประมาณ 4-7 กิโลกรัม

สำหรับการทำแมช คุณจะต้องได้เบียร์ประมาณ 2.6 ลิตรต่อหนึ่งกิโลกรัมของเมล็ดพืชที่ใช้ ในหม้อสำหรับแมชหรือหม้ออะไรก็ตามที่คุณใช้อยู่ ให้ต้มน้ำจนถึงอุณหภูมิ 76 องศาเซลเซียสแล้วเติมเมล็ดพืช คนเพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดพืชเข้ากันได้อย่างสม่ำเสมอกับน้ำ คุณอาจจะต้องต้มน้ำขึ้นมาอีกเพราะมันจะเย็นลงเมื่อคุณเติมเมล็ดพืชลงไป เป้าหมายอุณหภูมิที่คุณต้องการคือประมาณ 64-70 องศาเซลเซียส อย่าลืมคนไปด้วยตอนที่เติมเมล็ดพืชและต้มเพื่อให้แน่ใจว่าไม่จับเป็นก้อนหรือว่าร้อนเกินไป

คุณอาจต้องรักษาอุณหภูมิของแมชไว้ที่ระดับนี้ตามเวลาที่กำหนดแล้วอุ่นให้ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง แล้วปล่อยให้เย็นลงอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของเบียร์ที่คุณจะหมัก สูตรที่คุณใช้ควรจะบอกอุณหภูมิและระยะเวลาที่ต้องเก็บแมชไว้

ในขณะที่คุณพักแมชทิ้งไว้ ให้ต้มน้ำในปริมาณเดียวกันในหม้ออีกใบหนึ่งและรักษาอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 78 องศาเซลเซียส เมื่อพักแมชไว้แล้วและน้ำที่ต้มมีอุณหภูมิตามที่ต้องการ ก็ได้เวลาของขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่สอง – การสปาร์จ

เมื่อทำแมชเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เอาเมล็ดพืชออกซึ่งปกติจะใช้วิธีการกรอง และเทน้ำแมชผ่านเมล็ดพืชและใส่เมล็ดพืชลงในที่กรองหรือถุงตาข่ายไนลอน เอาน้ำแมชมาเทผ่านเมล็ดพืชกลับลงไปในหม้อ หลังจากทำเสร็จก็ให้เทน้ำที่ต้มไว้ก่อนหน้านี้ผ่านเมล็ดพืชเพื่อเป็นการล้าง

คุณอาจจำเป็นต้องเติมน้ำอีกนิดหน่อยเพื่อให้ได้ปริมาตรที่ต้องการ คุณสามารถเทน้ำนี้ผ่านเมล็ดพืชหรือเติมลงไปในน้ำโดยตรง เมื่อการสปาร์จเสร็จสิ้น คุณควรจะได้ของเหลวที่ไม่มีเมล็ดพืชอยู่ ซึ่งเรียกว่าเวิร์ท

ขั้นตอนที่สาม – การต้มเวิร์ทและใส่ฮ็อพ

ใส่เวิร์ทลงในหม้อและต้มให้เดือด เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรต้มจนถึงจุดเดือดจัดจนระเหย คุณจะต้องต้มเวิร์ทอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของเบียร์ที่คุณทำด้วย

ขณะที่คุณกำลังรอให้เวิร์ทถึงจุดเดือด ให้นำฮ็อพมาห่อไว้ในผ้าขาวบาง คุณจะต้องเติมฮ็อพในเวลาที่กำหนด ปกติจะเติมส่วนหนึ่งในตอนเริ่มต้นของการต้มเพื่อให้ได้รสชม และอีกส่วนหนึ่งตอน 10-15 นาทีก่อนต้มเสร็จเพื่อเพิ่มรสชาติ บางสูตรยังบอกให้ใส่ฮ็อพในช่วงสองสามนาทีสุดท้ายเพื่อให้มีกลิ่นหอมด้วย

ขั้นตอนที่สี่ – นำเวิร์ทไปแช่เย็น

เมื่อต้มเสร็จแล้ว คุณจะต้องนำไปแช่เย็นให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นักทำเบียร์หลายรายจะใช้ถังน้ำแข็งซึ่งการเติมน้ำผสมน้ำแข็งลงในอ่างหรือภาชนะซึ่งสามารถนำหม้อลงไปแช่ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว คุณจะต้องแช่เบียร์ไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 24 องศาเซลเซียสเพื่อให้เริ่มเกิดการหมัก การคนในตอนแช่เย็นก็เป็นวิธีที่ดี แต่อย่าลืมว่าต้องคนเบาๆ

ขั้นตอนที่ห้า – การหมัก

เมื่อต้มเสร็จและนำเวิร์ทไปแช่เย็นแล้วก็ได้เวลาของการหมักเบียร์ ก่อนอื่นคุณจะต้องเติมยีสต์ลงไป ยีสต์สำหรับหมักเบียร์บางประเภทจะต้องถูกกระตุ้นซึ่งปกติแล้วจะทำได้ด้วยการเติมน้ำตาลและน้ำเล็กน้อยลงไป

นำถังหมักและที่กรองมาเพื่อค่อยๆ เทเวิร์ทลงในถังหมัก ที่กรองจะช่วยกรองฮ็อพออกและเป็นการค่อยๆ เพิ่มออกซิเจนลงไปซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการหมักเบียร์ เมื่อเวิร์ทอยู่ในถังหมักแล้ว ให้เติมยีสต์และปิดฝาถัง หมักทิ้งไว้อย่างน้อยสามสัปดาห์ แต่ดูสูตรให้ดีๆ เพราะว่าอาจจะมีคำแนะนำว่าควรจะต้องหมักไว้นานเท่าไร สำหรับการหมักที่ดีที่สุด ควรพยายามเก็บเบียร์ไว้ในที่มืดที่อุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส พยายามอย่าให้อุณหภูมิสูงกว่า 24 องศาเซลเซียส

ขั้นตอนที่หก – การบรรจุขวดและการปรับสภาพ

หลังจากหมักจนเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ได้เวลาที่จะบรรจุเบียร์ใส่ขวด ให้แน่ใจว่าขวด, ไซฟอน และข้าวของทั้งหมดที่ใช้สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ให้ทำตามคำแนะนำในชุดหมักเบียร์และของที่จะใช้ในการกรอกเบียร์ใส่ขวดและไพรม์เบียร์ ปกติการไพรม์เบียร์จะทำได้โดยการใส่น้ำตาลและน้ำเล็กน้อยลงไปในถังหมักหรือในขวดแต่ละใบก็ได้

หลังจากบรรจุขวดและไพรม์เบียร์แล้ว ให้ปิดฝาและปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อยสามสัปดาห์ก่อนที่จะนำมาชิมดู เบียร์บางชนิดอาจจะต้องหมักนานกว่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่ารสชาติยังไม่ได้ที่หลังจากเวลาผ่านไปสองสามสัปดาห์

คำแนะนำเหล่านี้สามารถทำตามได้ง่ายๆ และหากคุณอยากจะหมักเบียร์เองที่บ้านคุณก็ควรจะใช้เวลาศึกษาข้อมูลและเข้าไปดูฟอรั่มเกี่ยวกับการหมักเบียร์เพื่อให้ได้ความรู้และขอความช่วยเหลือในการหมักเบียร์ของคุณ ขอให้โชคดีนะนักหมักเบียร์ทุกคน!

ความปรารถนาประจำสัปดาห์

โรเดนแบ็ค

ถ้าคุณอยากจะลองเครื่องดื่มอะไรที่แตกต่างออกมาสักหน่อยแต่ยังคงให้ความสดชื่น คุณมาถูกที่แล้วเพราะนี่คือ แฟลนเดอร์ส เร้ด เอล ที่ยอดเยี่ยม เบียร์นี้ที่จริงเป็นเบียร์ผสมระหว่างเบียร์ที่หมักในถังเหล็ก 75% และหมักในถังไม้โอ๊ค 25% เป็นเวลาสองปี เบียร์ผสมนี้ได้สร้างเอลที่มีความสมดุลย์และมีรสชาติอันน่าพึงพอใจ ลองเลยวันนี้

 

 

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"