Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

วิธีทําเบียร์ตามบ้านตอนที่ 4 – เริ่มการหมักเบียร์

Beer_November11_Aในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้คุยกันเรื่องการหมักเบียร์ตามบ้าน ในสองสามบทความที่แล้วเราพูดถึงส่วนประกอบและข้าวของที่ต้องใช้ในการหมักเบียร์ ซึ่งบางอย่างก็อาจจะหาได้ยากในประเทศไทย แม้ว่าการหมักเบียร์หรือการทำสุราชนิดใดๆ ก็ตามจะผิดกฎหมาย แต่ค่าปรับก็ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่การหมักเบียร์ตามบ้านกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศอื่นๆ แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นในประเทศไทย อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่หมักเบียร์เองและเห็นได้ว่าเรื่องนี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจริงๆ

ในสัปดาห์ต่อจากนี้เราจะคุยกันเรื่องกระบวนการที่แท้จริงในการหมักเบียร์ เนื่องจากวิธีการหมักเบียร์ตามบ้านมีอยู่ถึงสามวิธีด้วยกัน (ใช้ชุดสำเร็จรูปที่มีมอลต์สกัด, ชุดสำเร็จรูปที่ต้องบดส่วนประกอบบางส่วน และการใช้ส่วนประกอบของคุณเอง) เราจะพูดถึงแต่ละวิธีแยกกันในแต่ละบทความ

ในบทความสัปดาห์นี้ เราจะพูดถึงการหมักเบียร์โดยใช้ชุดสำเร็จรูปที่มีมอลต์สกัด โดยสมมติว่าคุณมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้อยู่แล้ว เมื่อคุณได้ชุดสำเร็จรูปมา ก็ได้เวลาที่จะเริ่มหมักเบียร์กัน

ขั้นตอนที่ 1: ต้มน้ำ

นี่อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่การต้มน้ำเป็นขั้นตอนที่สำคัญ คุณจะต้องใช้ขั้นตอนนี้เพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์ของคุณ และเพื่อทำความสะอาดหรือล้างชิ้นส่วนต่างๆ ของกระบวนการหมักเบียร์ ในตอนเริ่มต้น ให้ต้มน้ำ 4-4.5 แกลลอนอย่างน้อย 10 นาที ถ้าจะให้ดีที่สุด คุณควรใช้น้ำขวดเพราะคุณก็รู้ว่ามันสะอาด ถ้าคุณใช้น้ำก๊อก อย่าลืมต้มเสียก่อนแล้วปล่อยให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง แล้วต้มอีกครั้ง

ถ้าคุณใช้น้ำขวด ให้ต้มน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาทีแล้วปล่อยให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง เก็บน้ำต้มนี้ไว้ในหม้อหรือถังต่างหากที่คุณจะไม่ต้องใช้ในระหว่างกระบวนการหมักเบียร์

ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

นี่อาจจะดูเหมือนไม่ใช่ขั้นตอนที่สำคัญ แต่ที่จริงมันสำคัญ ถ้ามีเชื้อโรคหรือฝุ่นเข้ามาได้ เบียร์ที่หมักของคุณอาจจะเสียไปเลย ถ้าจะให้ดีก็ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะต้องสัมผัสกับส่วนประกอบของเบียร์ ต่อไปนี้เป็นรายการของข้าวของทั่วไปที่ควรจะทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

  • หม้อทำเบียร์
  • ช้อน
  • ถ้วยตวง
  • ภาชนะบรรจุยีสต์
  • ภาชนะที่ใช้หมัก, ยางกันซึม, ฝา
  • ล็อกกันอากาศ
  • เทอร์โมมิเตอร์
  • กรวย
  • ไซฟอน
  • ท่อและสายยาง
  • ขวด

ร้านขายอุปกรณ์หมักเบียร์หลายร้านจะมีน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุณสามารถนำมาใช้ได้ ถ้าคุณซื้อมาแล้วก็ให้ทำตามคู่มือการใช้บนขวดหรือกล่อง ถ้าไม่มีน้ำยาก็ให้ลองทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอย่างก่อนด้วยน้ำยาล้างจานแบบอ่อนๆ ที่ไม่มีกลิ่น เมื่อคุณล้างทุกอย่างแล้ว ให้ล้างอีกครั้งด้วยน้ำที่ต้มไว้

ขั้นตอนต่อไปคือการฆ่าเชื้อ สำหรับคนที่ไม่มีน้ำยาฆ่าเชื้อ ลองซื้อสารฟอกขาวที่ปลอดภัยต่ออาหาร และเติมน้ำลงในถังหมัก (ถังขนาด 19L) และใส่สารประมาณห้าช้อนโต๊ะ แช่อุปกรณ์ในน้ำนี้อย่างน้อย 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำที่ต้มไว้ สุดท้ายคือเทน้ำในถังหมักนี้ทิ้งและล้างอีกสองสามครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าล้างฟองและสารฟอกขาวออกจนหมด

ให้สังเกตว่าเราจะยังไม่ได้ใช้ของบางอย่างเช่นขวดและท่อกับสายยาง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องฆ่าเชื้อของพวกนี้จนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องใช้จริงๆ

ขั้นตอนที่ 3: การต้ม

และเราก็มาถึงตอนที่สนุกกันแล้ว! วางหม้อทำเบียร์ไว้บนเตาและใส่น้ำ 7.5 ลิตรลงไปต้มจนเดือด เมื่อถึงจุดที่เดือดจัดแล้วก็ให้เทใส่ถังหมัก ปิดฝาไว้และทิ้งให้เย็นลง วางหม้อกลับไปใหม่บนเตาและใส่น้ำ 11.5 ลิตรลงไปต้มจนเดือด

ขั้นตอนที่ 4: ยีสต์

ในขณะที่น้ำกำลังเดือด ให้ดูซองยีสต์ที่ให้มาในชุดสำเร็จรูป ควรจะมีคำแนะนำอยู่บนซองหรือบนชุดสำเร็จรูปว่าจะต้องทำอย่างไรกับยีสต์บ้าง ยีสต์บางแบบ โดยเฉพาะแบบแห้ง จะต้องได้รับการกระตุ้นให้ทำงานเสียก่อน ซึ่งก็คือการเทยีสต์ลงในขวดหรือถ้วยตวงและเทน้ำซึ่งมีอุณหภูมิ 35-40 องศาลงไป 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีก็พร้อมที่จะนำไปใช้ได้

ยีสต์บางชนิดอาจจำเป็นต้องเตรียมก่อน ซึ่งหมายถึงการนำน้ำตาลและน้ำเล็กน้อยมาต้มให้เดือด เมื่อเย็นลงแล้วก็เทลงในยีสต์และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที

สิ่งสำคัญคือจะต้องดูคำแนะนำให้ดี เพราะว่ายีสต์บางชนิดจะนำมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไร

ขั้นตอนที่ 5: เติมมอลต์ลงไป

เมื่อน้ำในหม้อทำเบียร์เดือดให้ปิดเตาและเติมมอลต์สกัดลงไป อย่าลืมคนให้เข้ากันและผสมกันเป็นเนื้อเดียว พยายามคนที่ก้นหม้อและด้านข้างของหม้อเพื่อที่จะได้ไม่มีมอลต์เหนียวติดอยู่ เมื่อคุณแน่ใจว่าคนมอลต์จนทั่วแล้ว ให้เปิดเตาอีกครั้งและต้มต่อตามเวลาที่กำหนดไว้บนชุดสำเร็จรูป

ถ้าจะให้ดีควรเพิ่มอุณหภูมิอย่างช้าๆ เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ที่ส่วนผสมของมอลต์หรือเวิร์ทอาจจะเดือดจนล้น ในขณะที่คุณทำให้เวิร์ทเดือด คุณควรจะคนอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้มอลต์ตกตะกอนอยู่ที่ก้นหม้อและข้นเหนียว เมื่อคุณต้มส่วนผสมจนเดือดคงที่ คุณก็สามารถคนส่วนผสมทุกประมาณ 5 นาทีได้

ให้แน่ใจว่าไม่ว่าคุณจะทำอะไร อย่าปิดฝาหม้อในระหว่างที่ต้ม

ขั้นตอนที่ 6: ใส่ฮ็อพ

เมื่อเวิร์ทถึงจุดเดือดคงที่แล้ว ก็ได้เวลาใส่ฮ็อพ ชุดสำเร็จรูปหลายแบบจะมีฮ็อพมากกว่าหนึ่งห่อ ตั้งใจอ่านให้ดีเพราะจะมีหมายเลขกำกับอยู่ ห่อแรกจะเป็นฮ็อพขมและควรจะเติมลงไปทันทีที่เวิร์ทเดือด ปกติคุณจะต้องใช้เวลาในการต้มหนึ่งชั่วโมง ซึ่งจะบอกไว้บนห่อ

ฮ็อพห่อที่สองและบางทีอาจจะมีห่อที่สามคือฮ็อพเพิ่มรสชาติ ซึ่งจะใช้เติมลงในเวิร์ทใน 15 นาทีสุดท้ายของการต้ม และเช่นเดียวกันคือจะมีบอกไว้บนชุดสำเร็จรูปว่าจะเติมได้เมื่อไร

ขั้นตอนที่ 7: ฮ็อตเบรค

ในขณะที่ต้มคุณจะสังเกตว่ามีฟองเหลวๆ อยู่ ให้พยายามอย่าให้ฟองล้นโดยการหมุนหม้อลงหรือฉีดน้ำเล็กน้อยลงบนฟอง ในที่สุดก็จะถึงที่เวลาที่เวิร์ทเลิกเป็นฟองไปเอง นี่เรียกว่าฮ็อตเบรค ชุดสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะบอกให้คุณต้มส่วนผสมประมาณ 15 นาทีหลังจากนี้

ขั้นตอนที่ 8: ทำให้เย็นลง

เมื่อต้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องทิ้งเวิร์ทไว้ให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้องหรือระหว่าง 14 กับ 30 องศาเซลเซียสให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นี่สามารถทำได้โดยการวางหม้อลงในอ่างที่มีน้ำผสมน้ำแข็งอยู่ เมื่อคุณเริ่มขั้นตอนการทำให้ส่วนผสมเย็นลง คุณสามารถปิดฝาหม้อเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการปนเปื้อนใดๆ เข้ามา

ขั้นตอนที่ 9: การหมัก

เมื่อเวิร์ทเย็นลงแล้ว ให้เทยีสต์ลงในเวิร์ทแล้วเทเวิร์ทลงในถังหมักที่มีน้ำซึ่งคุณได้ต้มไว้แล้วก่อนหน้านี้ในขั้นตอนที่ 3 เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดให้พยายามเทส่วนผสมเร็วๆ เพื่อให้กระเซ็นไปทั่วถัง วิธีนี้จะเป็นการเพิ่มออกซิเจนซึ่งช่วยให้เกิดกระบวนการหมักได้ดีขึ้น

เมื่อผสมเวิร์ทกับน้ำแล้ว ให้ปิดฝาถังหมักและปิดล็อกกันอากาศเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอากาศเข้า เก็บถังหมักไว้ในที่เย็นและมืดประมาณสองสัปดาห์ หรือนานเท่าที่กำหนดไว้ในชุดสำเร็จรูป การที่จะหมักให้ได้ดีที่สุดนั้น คุณควรจะเก็บถังหมักไว้ในอุณหภูมิที่คงที่ประมาณ 18-21 องศาเซลเซียส อย่าให้เกิน 24 องศาเซลเซียส

ขั้นตอนที่ 10: การเตรียมและใส่ขวด

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการหมักแล้วก็ถึงเวลาที่จะใส่ขวด สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์สำหรับกรอกเบียร์ใส่ขวด, ก้านถ่ายของเหลว, ท่อกับสายยาง และขวด สิ่งต่อไปคือคุณต้องเตรียมเบียร์โดยการเติมน้ำตาลสำหรับเตรียมเบียร์ซึ่งมาพร้อมกับชุดสำเร็จรูป นักหมักเบียร์มือใหม่ส่วนใหญ่จะเพียงแค่เติมส่วนผสมน้ำตาลนี้ลงในถังหมักและคนเบาๆ

เมื่อคนน้ำตาลจนเข้ากับส่วนผสมแล้ว ให้วางทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วจึงเริ่มกรอกใส่ขวดโดยใช้ก้านถ่ายของเหลวหรือท่อกับสายยางก็ได้ หรือเทเบาๆ ลงในถังสำหรับกรอกใส่ขวด (ถ้าคุณซื้อมา)

ขั้นตอนที่ 11: จัดเก็บเบียร์ที่ทำไว้

เมื่อกรอกเบียร์ลงในขวดแล้ว ให้ปิดฝาโดยใช้ที่ยึดฝาขวด และปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อยสองสัปดาห์ที่อุณหภูมิ 18-24 องศา หลังจากสองสัปดาห์คุณควรจะนำเบียร์มาแช่เย็นสักขวดและเปิดมาชิมดู แม้ว่าที่เวลาสองสัปดาห์เบียร์นี้จะดื่มได้แล้ว แต่คุณก็อาจจะอยากรออีกสักสองสามสัปดาห์ก่อนที่จะแช่และดื่มเบียร์ที่ทำไว้นี้

หลังจากที่คุณหมักเบียร์ไปสักสองสามครั้ง คุณก็สามารถเริ่มทดลองอะไรใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งลองหมักเบียร์ในแบบอื่นบ้าง

ความปรารถนาประจำสัปดาห์

ลินเดอแมนส์ ครี้ก

ในโลกนี้มีเบียร์อยู่มากมายหลายประเภท แต่เบลเยี่ยมเป็นประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำหากเราจะพูดถึงเบียร์คุณภาพดีทั้งหลาย เบียร์ประเภทหนึ่ง ได้แก่ ครี้ก คือเบียร์ที่ได้รับความนิยมในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง และได้สร้างหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างมากว่าที่จริงมันเป็นเบียร์หรือไม่ แม้บางคนจะไม่เห็นด้วย แต่ที่จริงครี้กก็เป็นเบียร์ประเภทหนึ่งที่มีการเติมเมล็ดหรือน้ำเชอร์รี่ลงไปในระหว่างการหมักเบียร์ วิธีนี้ทำให้ได้เบียร์ที่มักจะมีรสหวานกว่าเบียร์ประเภทอื่น แต่ก็สามารถมีรสขมได้ด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มที่น่าสนใจอยู่ และคุณชอบเชอร์รี่ นี่ก็คือเบียร์ที่คุณควรจะลอง!

 

 

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"