Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

วิธีทําเบียร์ตามบ้านตอนที่ 2 – วัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการหมักเบียร์ตามบ้าน

Beer_Nov21_A

เมื่อสัปดาห์ก่อนเราได้เอ่ยถึงอุตสาหกรรมการหมักเบียร์ตามบ้านในประเทศไทยไปบ้างแล้ว รวมถึงอุปสรรคบางอย่างในการเริ่ม ดังที่เราได้กล่าวแล้วว่าที่จริงการทำเบียร์หรือสุราประเภทใดก็ตามนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่ว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น ค่าปรับสำหรับการหมักเบียร์ดื่มเองที่จริงก็แค่เบาะๆ และในเมืองไทยก็มีคนที่หมักเบียร์กันเองที่บ้าน

ไม่ว่าคนจะหมักเบียร์กันที่นี่หรือไม่ก็ตาม ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะได้รับความสนใจมากพอสมควร ดังนั้นในสองสามสัปดาห์ถัดจากนี้เราจะคุยกันเรื่องวิธีหมักเบียร์ดื่มเองที่บ้าน เราจะพยายามทำให้ถูกกฎหมายโดยที่จะไม่บอกให้คุณรู้ว่าจะซื้อส่วนผสมและของที่ต้องใช้ได้จากที่ไหน แต่จะกล่าวถึงแนวคิดและกระบวนการมากกว่า

ในบทความสัปดาห์นี้เราจะพูดถึงของที่เราต้องมีสำหรับการหมักเบียร์ที่บ้าน ซึ่งในความจริงก็มีขายในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่และสามารถหาได้แถวๆ นี้

คุณต้องใช้ของอะไรบ้างสำหรับการหมักเบียร์ที่บ้าน?

แม้หลายๆ คนอาจจะคิดว่ามันยุ่งยาก แต่การหมักเบียร์ที่บ้านความจริงไม่ได้ต้องใช้เครื่องมืออะไรมากมายเลย อย่างไรก็ตาม หากว่าคุณสามารถซื้อหาเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการหมักเบียร์ได้ คุณก็จะสามารถหมักเบียร์ได้คุณภาพที่สูงขึ้นและยังสามารถควบคุมกระบวนการได้ดีขึ้นอีกด้วย

ต่อไปนี้เป็นเครื่องมือ 14 อย่างที่ต้องมีจึงจะสามารถหมักเบียร์ได้

  1. หม้อเหล็กขนาดใหญ่ ในการที่จะหมักเบียร์ให้ได้ดีนั้น คุณควรจะมีหม้อเหล็กขนาดใหญ่ที่สามารถจุได้อย่างน้อย 5 แกลลอน (19 ลิตร) ถ้าคุณหาหม้อได้ใหญ่กว่านี้ ก็จะยิ่งหมักได้ง่ายขึ้นอีก
  2. ถังใส่อาหารขนาดใหญ่ที่สามารถซีลกันอากาศได้ ในคู่มือการหมักเบียร์หลายเล่มจะเรียกถังนี้ว่าถังหมัก (Fermentation Bucket) ถังเหล่านี้ปกติจะมีขนาด 6 ถึง 7 แกลลอน (22 ถึง 26.5 ลิตร) และทำด้วยพลาสติกที่ปลอดภัยสำหรับการบรรจุอาหาร
  3. ตัวเลือก: คาร์บอย – เป็นภาชนะแก้วใสซึ่งปกติจะมีความจุ 5 ถึง 7 แกลลอน (19 ถึง 26.5 ลิตร) คาร์บอยมักจะใช้ในการหมักขั้นที่สอง (Secondary Fermentation) และโดยทั่วไปจะถูกมองว่ามีคุณภาพดีกว่าถังเพราะว่ารักษาความสะอาดและควบคุมกระบวนการหมักได้ง่ายกว่า
  4. ล็อคกันอากาศและยางกันซึม – เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกระบวนการหมัก เพราะว่าช่วยให้คาร์บอนไดออกไซด์ซึมออกไปได้ในระหว่างการหมัก และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้แน่ใจว่าอากาศซึ่งจะทำให้เบียร์เสียไม่สามารถเข้าได้ หรือพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่าช่วยให้ถังหมักไม่ระเบิดนั่นเอง! ยางกันซึมใช้เพื่อทำให้ฝาปิดสนิทแนบกับถังหมักและทำให้ล็อคกันอากาศใช้ได้ผล
  5. กรวย การถ่ายเบียร์ออกจากหม้อต้มไปยังถังหมักจะยากนิดหน่อย โดยเฉพาะถ้าคุณใช้คาร์บอยที่ทำด้วยแก้ว ดังนั้นกรวยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะช่วยทำให้แน่ใจว่าสามารถเทของเหลวได้อย่างสะอาดหมดจด กรวยที่ดีที่สุดจะต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 8 นิ้ว และใช้สำหรับการหมักเบียร์เท่านั้นเพราะกรวยพวกนี้รักษาความสะอาดถูกหลักอนามัยได้ยาก
  6. ถ้วยตวงแก้วทนความร้อน ถ้วยตวงจะช่วยได้ในระหว่างการต้ม และถ้วยแก้วทนความร้อนจะใช้ได้ดีที่สุดเพราะว่าจะไม่ละลายเวลาใส่น้ำเดือด และจะไม่มีรสชาติของส่วนประกอบอื่นๆ ค้างอยู่ ถ้วยตวงที่แนะนำคือขนาดอย่างน้อย 1 ลิตร
  7. ช้อนคนอันใหญ่ ในขณะที่เดือด คุณจะต้องผสมและคนส่วนประกอบต่างๆ ให้เข้ากัน และเนื่องจากคุณใช้หม้อขนาดใหญ่คุณจึงต้องใช้ช้อนอันใหญ่ด้วย!
  8. ไซฟอน ชุดไซฟอนช่วยถ่ายของเหลวออกจากถังหมักไปยังถังที่ใช้บรรจุขวด หรือลงในขวดโดยตรง ไซฟอนพวกนี้มักจะเป็นก้านสำหรับระบายของเหลวที่ใส่ได้พอดีในถังหรือคาร์บอย และช่วยให้เบียร์ไหลจากก้นถัง ชุดไซฟอนส่วนใหญ่จะมีท่อพลาสติกและบางทีจะมีที่เติมใส่ขวดซึ่งเป็นท่อโลหะยาวๆ มีสปริงเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการไหลจากถังหมักไปยังขวดได้
  9. ตัวเลือก: ถังสำหรับถ่ายใส่ขวด – ในการที่จะทำให้ถ่ายเบียร์ใส่ขวดได้ง่ายขึ้น บางคนจะซื้อถังสำหรับถ่ายใส่ขวดซึ่งมักจะเป็นถังพลาสติกที่มีก๊อกอยู่ตรงก้นถังและท่อที่คุณเอามาต่อได้ คุณสามารถใช้ถังนี้เพื่อเติมเบียร์ใส่ขวดได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไซฟอน
  10. ท่อพลาสติก ถ้าคุณจะไซฟอนเบียร์ คุณจะต้องมีท่อพลาสติกใสหรือไวนิลที่ปลอดภัยสำหรับใช้กับอาหาร เพราะท่อที่ไม่ปลอดภัยสำหรับอาหารจะปล่อยสารเคมีเข้าสู่เบียร์ ผู้หมักเบียร์ตามบ้านจะใช้ท่อที่มีความยาวประมาณ 6 ฟุต (1.8 เมตร) และเส้นผ่านศูนย์กลาง ⅜ นิ้ว (0.95 เซนติเมตร)
  11. เทอร์โมมิเตอร์ การหมักเบียร์เป็นวิทยาศาสตร์ และระหว่างการต้มคุณจะต้องใช้อุณหภูมิคงที่ เทอร์โมมิเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับช่วยในการหมักเบียร์ของคุณ
  12. ขวดและฝาขวด แน่นอนว่าคุณกำลังหมักเบียร์และก็ต้องหาที่สำหรับเก็บ นี่หมายถึงขวดที่ต้องมีฝาปิด เบียร์ที่หมักครั้งหนึ่งโดยปกติจะทำได้ประมาณ 54 ขวดหรือประมาณ 350 ml ผู้หมักเบียร์ส่วนใหญ่จะซื้อขวดเกิน 54 ใบไว้ก่อนเผื่อทำได้เกินกว่านั้น
  13. ที่ยึดฝาขวด อุปกรณ์นี้จะยึดและหนีบฝาไว้กับขวดทำให้เกิดการซีล
  14. น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่าการหมักเบียร์นั้นเป็นวิทยาศาสตร์ และคุณต้องทำให้แน่ใจว่าทำตามมาตรฐานอย่างเข้มงวดในขณะที่หมักเพื่อให้ได้เบียร์ที่ดีเยี่ยม นี่หมายถึงการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดทุกสิ่ง ถ้ามีสิ่งสกปรกหรือฝุ่นบนอะไรก็ตาม เบียร์จะมีโอกาสสูงที่จะเสียได้

ถ้าคุณสามารถหาสิ่งเหล่านี้มาได้ คุณก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นหมักเบียร์ที่บ้าน แน่นอนว่าการหมักเบียร์ก็ยังผิดกฎหมายอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นเราไม่สามารถบอกคุณได้อย่างถูกกฎหมายว่าจะไปหาของพวกนี้ได้จากไหน อย่างไรก็ตาม การค้นหาอย่างรวดเร็วบนอินเตอร์เน็ตก็มักจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นทางเลือกสองสามทาง และวิธีหาของที่จะต้องใช้

โปรดติดตามตอนต่อไป เพราะว่าสัปดาห์หน้าเราจะคุยกันเรื่องส่วนประกอบที่ต้องใช้ในการหมักเบียร์ที่บ้าน!

ความปรารถนาประจำสัปดาห์

ยังส์ ดับเบิล ช็อกโกแลต สเตาท์

สเตาท์เป็นหนึ่งในประเภทของเบียร์ที่ต้องใช้เวลาสักหน่อยคุณจึงจะเริ่มชอบ ในความรู้สึกแรก หลายคนคิดว่าช็อกโกแลตไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับใส่ลงในเบียร์ เอาล่ะ ที่จริงมันเป็นส่วนประกอบของเบียร์ที่น่าทึ่ง! ก็แน่ล่ะ เบียร์บางประเภทที่อ้างว่าเป็นช็อกโกแลตสเตาท์ที่จริงไม่มีช็อกโกแลตผสมอยู่ แต่ว่ามีมอลต์อบสีเข้มที่ทำให้เบียร์มีรสชาติเหมือนกับช็อกโกแลต แต่เบียร์ที่แนะนำนี้มีช็อกโกแลตอยู่จริงๆ และคุณจะสามารถบอกได้ นี่คือความฝันของผู้รักช็อกโกแลตเลยแหละ น่าจะลองดูวันนี้เลยนะ

 

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"