Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

มองไปสู่ เบียร์แห่งอินเดีย

อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (และอาจขึ้นเป็นอันดับหนึ่งภายในสามสิบปี) ความจริงแล้วน่าจะเป็นแหล่งใหญ่ของการผลิตเบียร์นานาชาติ และส่งออกเบียร์ระดับคุณภาพมากมายมหาศาล โรงงานผลิตเบียร์สมัยใหม่แห่งแรกของเอเชียได้ตั้งขึ้นในเมืองแห่งเทือกเขาหิมาลัยชื่อว่าคาสุลีในปี ค.ศ. 1855 และปัจจุบันยังคงผลิตเบียร์ภายใต้ชื่อบริษัท โมฮัน มีคคิน ลิมิเต็ด

เบียร์แบบดั้งเดิมที่ทำจากข้าวหรือข้าวฟ่างมีการผลิตในประเทศอินเดียมาหลายพันปีแล้ว ด้วยรสนิยมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีมานานแล้ว และการแทรกแซงทางอาณานิคมของอังกฤษเพื่อปรับปรุงรสนิยมของอินเดียสู่ความเป็นสากล อินเดียก็น่าจะได้เป็นผู้ผลิตเบียร์ชั้นเลิศ หรืออย่างน้อยก็เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในเอเชีย  แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

ไม่ว่าผมจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกเบียร์อินเดียได้เลย บางทีอาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีเบียร์ที่ส่งออกสักเท่าไร ผมจึงได้ทำการ “ทดสอบแบบเรียลลีตี” แบบเร็วๆ หยาบๆ แทน ผมได้สอบถามคนจำนวนหนึ่งเพื่อขอชื่อเบียร์อินเดียมาสักห้าชื่อ จากนั้นถามว่าพวกเขาได้เห็นเบียร์เหล่านั้นในร้านค้าใกล้บ้านครั้งสุดท้ายเมื่อไร (แน่นอนว่าเป็นนอกประเทศอินเดีย)

เบียร์อินเดียชนิดเดียว (และผมหมายถึงมีเพียงชนิดเดียวจริงๆ) ที่คนพวกนี้สามารถเอ่ยชื่อได้ตลอดคือคิงฟิชเชอร์ ซึ่งบังเอิญเป็นยี่ห้อเบียร์ที่ขายมากที่สุดในประเทศอินเดีย  ที่อินเดียมีขายทั้งเวอร์ชันที่เป็นแบบในประเทศและแบบส่งออก ผมได้เห็นเบียร์คิงฟิชเชอร์ที่ขายนอกประเทศอินเดียด้วยตัวเองครั้งสุดท้ายเมื่อไร ในร้านอาหารอินเดียเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อำเภอหัวหิน ประเทศไทย หนึ่งครั้ง หายากมากจนผมและภรรยาต้องสั่งมาสักขวดหนึ่ง  เมื่อผมเข้าไปที่ร้านนั้นอีกครั้งในหลายเดือนต่อมา ร้านนั้นก็ไม่ได้ขายเบียร์นี้แล้ว คุณคงจะคิดว่าประเทศไทยอยู่ใกล้กับอินเดียมาก และเนื่องจากมีชุมชนคนอินเดียผู้มั่งมีอาศัยอยู่ เบียร์คิงฟิชเชอร์ก็น่าจะมีอยู่ดาษดื่น  ไม่เลย  ไม่มีเบียร์นี้อยู่เลย  ชาวอินเดียมีชื่อเสียงในแง่ชอบจ่ายในราคาต่ำสุด  ไม่มีใครเลยที่กล้าจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้จิบเบียร์คิงฟิชเชอร์นำเข้า  ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่ายี่ห้อนี้ยังมีขายอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

ตลาดเบียร์ที่ใหญ่กว่ามากอย่างสหรัฐอเมริกามีเบียร์คิงฟิชเชอร์ขาย แต่คุณต้องหานิดนึง  สถานที่เดียวที่คุณน่าจะได้ดื่มเบียร์นี้คือในร้านอาหารอินเดีย  ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับคุณภาพของมัน แต่เบียร์อินเดียก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในการทานอาหารในร้านอาหารอินเดีย ผมจำไม่ได้ว่าเคยซื้อ (หรือเห็น) เบียร์นี้ในแพ็คหกขวดจากร้านชำมาดื่มเล่นสบายๆ ที่บ้านหรือเปล่า

ผมลองค้นหาบนอินเตอร์เน็ตเล่นสนุกๆ เพื่อหา “เบียร์ยอดนิยมของอินเดีย” และดูว่าบางทีอาจมียี่ห้อที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่โดยที่ผมไม่รู้ว่าเป็นของอินเดียบ้างหรือเปล่า นอกจากคิงฟิชเชอร์แล้วยังมีเฮย์เวิร์ด รอยัลแชลเลนจ์ กัลยาณีแบล็คเลเบล คิงส์ เคยได้ยินชื่อพวกนี้บ้างไหม  มีอีกเว็บไซต์หนึ่งที่มีรายการ “เบียร์ที่ดีที่สุดซึ่งมีขายในอินเดีย” ปรากฏว่าไม่มีสักรายการเดียวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย

ที่นั่น คุณจะพบคำตอบส่วนหนึ่งว่าทำไมชาวอินเดียจึงไม่ได้เป็นเจ้าแห่งการส่งออกเบียร์ ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครที่อยู่นอกประเทศอินเดียที่รู้จักยี่ห้อเหล่านี้ และเบียร์ที่อร่อยที่สุดในประเทศนี้เป็นยี่ห้อจากต่างประเทศที่ผลิตภายใต้ใบอนุญาต

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาเหตุส่วนใหญ่มาจากวัฒนธรรม  เนื่องจากคนในประเทศนับถือศาสนาฮินดู 81% และประมาณ 13.5% เป็นมุสลิม ชาวมุสลิมไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแม้ศาสนาฮินดูจะไม่ได้สั่งห้ามการดื่มเหล้าเบียร์ แต่โดยประเพณีแล้วมันก็ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมของพวกเขา ในชีวิตนี้ผมเคยไปงานแต่งงานของชาวอินเดียเพียงสองครั้ง และทั้งสองครั้งนี้ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตั้งแต่ผมไปร่วมงานมาก็มีแค่สองงานนี้ที่ไม่เสิร์ฟเหล้าหรือเบียร์

รัฐของอินเดียในยุคใหม่ไม่เคยรักการดื่มแอลกอฮอล์เหมือนกับเพื่อนเก่า มหาตมา คานธีบอกว่าแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มที่น่ารังเกียจ เมื่อรัฐสภาแห่งชาติของอินเดียเข้ามามีอำนาจในปี ค.ศ. 1937 พวกเขาก็ได้ออกนโยบายสั่งห้าม เมืองบอมเบย์ของอินเดียซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในรัฐมหาราษฏระเริ่มเป็นเมืองปลอดแอลกอฮอล์ในปี ค.ศ. 1949 และเพิ่งล้มเลิกการสั่งห้ามเมื่อปลายช่วง 1970 ถ้าตัดสินอย่างเป็นทางการก็คือคุณยังต้องได้รับอนุญาตจึงจะสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้

เมื่อชาวอินเดียต้องการดื่ม พวกเขาก็ต้องการดื่มในราคาที่ถูก  เหล้าวิสกีในอินเดียเมื่อเทียบเป็นต่อแอลกอฮอล์หนึ่งกรัมแล้วราคาถูกกว่ามาก  เมื่อถึงเวลาที่ชาวอินเดียดื่มเบียร์ พวกเขาก็ต้องการให้มันเป็นเบียร์แรง ต้องมีค่าเอบีวีเกิน 5% ขณะเดียวกันส่วนที่เหลือของโลกที่ชื่นชอบเบียร์ลาเกอร์สีอ่อนที่ผลิตเป็นอุตสาหกรรมกลับชอบเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงไม่เกิน 5% การบริโภคเบียร์ในประเทศอินเดียนั้นน้อยมาก โดยเฉลี่ยเพียง 1.6 ลิตรต่อหัวในปี ค.ศ. 2012 ผู้เชี่ยวชาญได้ทำนายว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ‘ครั้งใหญ่’ ในตลาดเบียร์ของอินเดีย ในปี ค.ศ. 2017 คาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มเป็น430 พันล้านรูปี (ประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ)   ลองเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาดูสิ สหรัฐฯ มีประชากรน้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนประชากรในอินเดีย มูลค่าตลาดของเบียร์ในปี ค.ศ. 2012 อยู่ที่ 246 พันล้านเหรียญ โดยชาวอเมริกันบริโภคเบียร์โดยเฉลี่ย 110 ลิตรต่อหัว

ยังสงสัยอยู่ไหมว่าทำไมเบียร์อินเดียถึงได้แย่นัก

ถ้าเป็นเรื่องเบียร์แล้ว อินเดียพ่ายแพ้โดยไม่ต้องสู้เลย ประเทศนี้จะมีคนอยากลุกขึ้นมาผลิตเบียร์ที่ดีกว่าเดิมถ้าคนในประเทศต้องการเท่านั้น แต่สิ่งที่ชาวอินเดียต้องการคือเบียร์ที่แรงกว่า และไม่จำเป็นต้องดีกว่า และพวกเขาไม่เต็มใจจะจ่ายเพิ่มสำหรับเบียร์เหล่านี้ ดังนั้น วิธีที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในตลาดเบียร์ของอินเดียคือต้องผลิตเบียร์ที่แรงเป็นพิเศษในราคาที่ถูกเป็นพิเศษ แล้วคุณภาพล่ะ ไม่มีใครบ่นสักเท่าไรหรอก

อินเดียน่าจะสามารถพัฒนาขึ้นสู่ความเป็นเจ้าแห่งการผลิตเบียร์ได้ถ้าประเทศนี้มีการพัฒนาเกี่ยวกับความชอบของคนที่มีต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คุณภาพดี  ประเทศนี้อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าใครในการผลิตเบียร์ระดับโลกในราคาที่ต่ำ ซึ่งประเทศอื่นๆ คงยินดีที่จะนำเข้ามาขายในประเทศ  แต่แล้ว อินเดียก็กลับกลายเป็นประเทศที่ตั้งใจจะดื่มเบียร์กันแบบเร็วสุดและถูกสุด ไม่ใช่ดินแดนที่พร้อมจะผลิตเบียร์คุณภาพ ยิ่งถ้าเป็นคราฟต์เบียร์ก็ไม่ต้องพูดถึงเลย

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"