Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

ความสับสนที่ไม่รู้จบระหว่างพอร์เตอร์กับเสตาต์

โดย Doug Knell · 16 พฤศจิกายน 2558

สำหรับคนทั่วไป มันดูหน้าตาเหมือนกันและรสชาติก็เหมือนกัน แต่มันเหมือนกันจริงหรือ?

ในโลกของเบียร์ บางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องที่ชัดเจนมาก  อย่างเช่น ลาเกอร์  ทุกคนสามารถบอกได้ว่าเป็นเบียร์ลาเกอร์ และอาจจะเห็นตรงกัน (ไม่มากก็น้อย) ว่าลาเกอร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง  เช่นเดียวกับเบียร์เฮอเฟอไวเซน  รวมทั้งเบียร์ข้าวสาลีของเบลเยียม และเบียร์แลมบิก

แต่ถ้าพูดถึงพอร์เตอร์และเสตาต์ กลับไม่มีความคิดเห็นใดที่เป็นเอกฉันท์ ส่วนใหญ่คนจะสับสนระหว่างเบียร์สองสไตล์นี้ เพราะโดยทั่วไปพวกมันก็คือเบียร์ชนิดเดียวกัน  

แต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณี พอร์เตอร์เกิดขึ้นก่อน ชื่อเบียร์พอร์เตอร์มีคนเอ่ยถึงเป็นครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่สิบแปด พอร์เตอร์เป็นสไตล์ที่ปฏิวัติวงการผลิตเบียร์ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่ามีการพัฒนาเบียร์พอร์เตอร์ขึ้นมาราวๆ ช่วงที่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้มีความก้าวหน้าในการผลิตและกระจายสินค้าชนิดต่างๆ พอร์เตอร์เป็นเบียร์สไตล์แรกที่ถูกเก็บให้มีอายุอย่างถูกต้องในโรงงานผลิตเบียร์ เรื่องมีอยู่ว่า เบียร์นี้มีชื่อว่าพอร์เตอร์เพราะได้รับความนิยมในแถบท้องถนนของกรุงลอนดอนและแม่น้ำพอร์เตอร์

เดิมทีพอร์เตอร์มีการผลิตโดยใช้บราวน์มอลต์ซึ่งมีราคาไม่แพง และแตกกิ่งก้านมาจากบราวน์เอลของอังกฤษ สมัยนั้นมีการเก็บพอร์เตอร์ไว้นานปีครึ่งในถังใบใหญ่ จนกระทั่งมีการค้นพบว่าที่จริงต้องเก็บพอร์เตอร์ให้เก่าเพียงหนึ่งในสามส่วนเท่านั้น และสามารถนำมาผสมกับพอร์เตอร์ที่ผลิตใหม่และได้รสชาติเหมือนเบียร์เก่า  ซึ่งนี่ทำให้ประหยัดเวลาในการผลิตลง เนื่องจากพอร์เตอร์ใช้เวลานานกว่าจะเสีย และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าในการผลิตเมื่อเทียบกับเบียร์อื่นๆ ดังนั้นมันจึงเป็นเบียร์สไตล์แรกที่มีการผลิตทีละมากๆ

สำหรับทุกวันนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือความนิยมในปริมาณแอลกอฮอล์ที่แรงขึ้น ปรับเปลี่ยนสูตรเล็กน้อย  เบียร์พอร์เตอร์มีชื่อเรียกในท้องตลาดหลายชื่อ เช่น เอ็กซ์ตราพอร์เตอร์ ดับเบิลพอร์เตอร์ ซิงเกิลสเตาต์พอร์เตอร์ ดับเบิลสเตาต์พอร์เตอร์ ฯลฯ   และยังไม่มีเบียร์ในสไตล์ที่เป็นสเตาต์อย่างชัดเจน สเตาต์เป็นเพียงคุณศัพท์ที่มีความหมายถึงตัวมันเอง  โดยสเตาต์พอร์เตอร์ก็คือพอร์เตอร์ที่เข้มขึ้น และมีแอลกอฮอล์มากขึ้น  เมื่อเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่สิบเก้า เสตาต์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แรงที่สุดในบรรดาพอร์เตอร์ทั้งหมด นับเป็นพอร์เตอร์ที่มีเนื้อแน่นกว่าและมีฟองครีมมากกว่าทั้งในแง่บอดี้และความแรง

ในเวลานั้นส่วนผสมสำคัญสำหรับพอร์เตอร์ทุกชนิดก็คือบราวน์มอลต์ บราวน์มอลต์ทำให้พอร์เตอร์มีสีและรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะของมันเอง แม้ว่าบราวน์มอลต์จะมีราคาถูก แต่ก็มีเปอร์เซนต์ของน้ำตาลที่หมักได้อยู่ไม่มากนัก ดังนั้นจึงต้องใช้บราวน์มอลต์ในปริมาณมากในการผลิตพอร์เตอร์ให้มีค่าเอบีวีที่ยอมรับได้ในช่วง 6% ขึ้นไป  มอลต์สีอ่อนมีน้ำตาลที่หมักได้เพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งในสาม และน่าจะดีกว่าในแง่การลดค่าใช้จ่ายโดยรวม แต่มอลต์สีอ่อนในพอร์เตอร์ไม่สามารถทำให้ได้สีและรสชาติที่ต้องการได้ จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 1817 แดเนียล วีลเลอร์ จึงได้พัฒนาขั้นตอนการคั่วข้าวบาร์เลย์มอลต์ที่อุณหภูมิสูงกว่า 200 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้แบล็คมอลต์ ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตร และใช้ได้ดีกับพอร์เตอร์สำหรับลักษณะของสี/รสชาติที่ถูกต้อง ในปี 1760 พอร์เตอร์น่าจะทำจากบราวน์มอลต์ 100%  เมื่อถึงปี 1800 ตัวเลขนี้ก็ลดลงเหลือ 40% และอีกเพียงยี่สิบปีต่อมาก็เหลือเพียง 20%  

เนื่องจากตอนนี้มีมอลต์หลายชนิดที่สามารถนำมาทำเป็นพอร์เตอร์ได้ เบียร์สไตล์นี้จึงแยกออกเป็นหมวดหมู่ย่อยลงไปอีก  ได้แก่ บราวน์ โรบัสต์ บอลติก ช่วงประมาณกลางศตวรรษที่สิบเก้า หมวดหมู่ย่อยที่เรียกว่าสเตาต์พอร์เตอร์ก็ทิ้งคำต่อท้ายว่าพอร์เตอร์ และกลายเป็นชื่อเรียกว่าสเตาต์เฉยๆ สำหรับสเตาต์เองก็มีการแบ่งประเภทย่อยเช่นกัน มีทั้งดรายสเตาต์ มิลค์สเตาต์ โอตมีลสเตาต์ สวีทสเตาต์ ฟอรีนเอกซ์ตราสเตาต์ และรัสเซียนอิมพีเรียลสเตาต์  

แม้โดยเทคนิค สเตาต์จะเป็นพอร์เตอร์ชนิดหนึ่ง แต่ก็มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างเบียร์สองชนิดนี้ในแง่ของวิธีการที่ใช้ผลิตเบียร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ พอร์เตอร์ทำจากข้าวบาร์เลย์มอลต์ สเตาต์ซึ่งมีรสชาติของกาแฟหรือช็อกโกแลตมากกว่าจะมีการใส่ข้าวบาร์เลย์ที่ยังไม่งอกเป็นมอลต์และผ่านการคั่ว  แนวทางของโปรแกรมการรับรองการตัดสินเบียร์ หรือ Beer Judge Certification Program (BJCP) ในทุกวันนี้ก็ใช้ความแตกต่างดังกล่าวเป็นกฎทั่วไปสำหรับแยกเบียร์ทั้งสองชนิดนี้ออกจากกัน  

จากปลายศตวรรษที่สิบเก้าเป็นต้นมา พอร์เตอร์ได้รับความนิยมลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะนักดื่มเริ่มชอบรสชาติความเก่าของมันน้อยลง การขาดแคลนธัญพืชในอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งทำให้เบียร์อังกฤษทั้งพอร์เตอร์และสเตาต์มีความแรงลดลง เบียร์สเตาต์ของอังกฤษในช่วงราวๆ ปี 1945 มีความแรงพอๆ กับพอร์เตอร์ในปี 1914 เนื่องจากพอร์เตอร์เริ่มเจือจางลง ก็ยิ่งมีเหตุผลมากขึ้นที่จะไม่ดื่มมัน

การได้รับความนิยมอย่างมากของเบียร์สเตาต์ยี่ห้อกินเนสเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดโชคชะตาของเบียร์พอร์เตอร์ในระดับสากล สำหรับช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่กินเนสจะผลิตเบียร์พอร์เตอร์ด้วย  แม้จะเปลี่ยนชื่อจาก เอ็กซ์ตราซูพีเรียร์พอร์เตอร์ เป็น เอ็กซ์ตราสเตาต์ เมื่อปี 1840 แต่กินเนสก็ยังผลิตเบียร์ไอริชพอร์เตอร์ จนถึงปี 1974 จึงหยุดการผลิตในที่สุด พอร์เตอร์ถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มโบราณของคนยุคเก่า  

และเช่นเดียวกับสไตล์ของเบียร์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ (เบอร์ลิเนอร์ไวส์ แลมบิก ฮาร์ดไซเดอร์ ในสหรัฐอเมริกา) มีการนำสูตรเบียร์พอร์เตอร์มาปัดฝุ่นและปรับเปลี่ยนเมื่อผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ต้องการทำให้ตนแตกต่างจากคู่แข่ง   นิตยสาร Paste Magazine ได้ตีพิมพ์รายชื่อพอร์เตอร์ของอเมริกันที่ดีที่สุด 35 ชนิด สินค้าใหม่เหล่านี้อาจแตกต่างจากพอร์เตอร์ในสมัยก่อนอย่างมาก  บางชนิดก็มีเมเปิลไซรัป (ฟังกี้บุดด้าเมเปิลเบคอนคอฟฟีพอร์เตอร์) บางชนิดก็มีเมล็ดวานิลลาและมอลต์รมควัน (สโตนสโมคพอร์เตอร์วิธวานิลลาบีน)  เอ็ดมันด์ ฟิตซ์เจอราลด์ แห่งบริษัท เกรทเลคส์บริวอิ้ง ได้นำข้าวบาร์เลย์ที่ยังไม่งอกเป็นมอลต์และผ่านการคั่วมาใช้ ทำให้เบียร์ที่ได้มีความคล้ายคลึงกับสเตาต์มากกว่าพอร์เตอร์ดั้งเดิม

ในความเป็นจริง ถ้าพิจารณาจากการทดลองทั้งหลายแหล่ที่กำลังดำเนินไปในโลกแห่งการผลิตคราฟต์เบียร์ ดูเหมือนพอร์เตอร์และสเตาต์จะไม่แตกต่างกันมากสักเท่าไรแล้ว BJCP ยังคงแยกพอร์เตอร์ออกจากสเตาต์โดยใช้ตัวชี้วัดดั้งเดิมที่เรียกว่า วิธีการอ้างอิงมาตรฐาน หรือ Standard Reference Method (SRM) ซึ่งวัดการสูญเสียแสงเมื่อปล่อยลำแสงผ่านเบียร์ที่มีความหนาหนึ่งเซนติเมตร แต่เดิมพอร์เตอร์มีค่า SRM ที่ต่ำกว่า แต่ค่า SRM ไม่ได้บอกถึงเรื่องราวทั้งหมด  เบียร์ ฟาวน์เดอร์สพอร์เตอร์ จากบริษัท ฟาวน์เดอร์สบริวอิ้ง มีช็อกโกแลตมอลต์ มิวนิกมอลต์ และคริสตัลมอลต์ในปริมาณพอสมควร  และมีสีเข้มเหมือนกับสเตาต์ทั่วไป  การอธิบายในแบบอื่นๆ ก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน   ครั้งหนึ่งพอร์เตอร์เคยได้รับการพิจารณาว่าหวานกว่าและบางกว่าสเตาต์  แต่โรบัสต์พอร์เตอร์ก็ยังเข้มกว่าอเมริกันสเตาต์และดรายสเตาต์  และบอลติกพอร์เตอร์อาจขมกว่าสวีทสเตาต์

ครั้งหนึ่งบริษัท เกรทเลคส์บริวอิ้ง เคยผลิต วินเทอร์สเตาต์  หลังจากการหมัก ผู้ผลิตรายหนึ่งแนะนำว่าเบียร์จะมีรสชาติดีขึ้นถ้าเรียกมันว่าวินเทอร์พอร์เตอร์ แล้วพอร์เตอร์นั่นก็กลายเป็นสเตาต์อย่างน่าอัศจรรย์   คาร์ล ซิงก์มาสเตอร์ จากร้านเบลมอนต์สเตชัน ร้านมีชื่อแห่งเมืองพอร์ตแลนด์ กล่าวว่า “ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างพอร์เตอร์และสเตาต์ก็คือชื่อที่ผู้ผลิตตัดสินใจจะใช้เรียกมัน”

 

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"