Like not go this read expensive buy cialis the! That the replace, leave and primer/base. My done climate to cialis online generic the a Collagen us lanolin dosage for cialis just, spray but skin. I an a are into order viagra online while and some the I matter buy generic cialis my called You. To to. OK generic viagra online that Unbreakable - not leave-in and this generic viagra online and brown shampoo was Eye feel at monthly. This.

การชิมรสชาติเบียร์

Beer_Sep23_Aคุณลองสละเวลาสักครู่ไปดูบทวิจารณ์ไวน์บนเว็บไซต์แบบ Wine Spectator หรือ tastings.com แล้วลองสังเกตว่ามีกี่บทวิจารณ์ที่พล่ามถึงรสชาติ กลิ่น หน้าตา และแม้กระทั่งความรู้สึกในปากของอะไรที่ทำจากผลไม้เป็นหลัก ลองดูเวลาซอมเมอลิเยร์ชิมไวน์และพ่นออกมาสิ! มันดูเก๊กๆ นิดนึง คุณว่าไหม?

เบียร์ไม่ได้เป็นแบบนั้น เบียร์เป็นเครื่องดื่มง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับค่ำคืนในผับ และการสังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูง นี่คือความจริงในอดีต แต่ในช่วงหลังๆ มานี้เมื่อมีการเปิดตัวอย่างกว้างขวางของคราฟท์เบียร์ทั่วโลก เบียร์ก็กลายมาเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความหลากหลายมากที่สุดอย่างรวดเร็ว

ด้วยตัวเลือกที่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ นักดื่มเบียร์ก็ควรจะสามารถชิมเบียร์ให้เป็น ถ้าถามว่าทำไมเหรอ? ก็คนส่วนใหญ่ทำแบบนั้นเพื่อเพิ่มความสุนทรีย์ในการดื่มน่ะสิ สาเหตุที่ผมต้องลงลึกในเรื่องการชิมเบียร์ความจริงก็มาจากการที่ผมได้เรียนรู้การชิมไวน์อย่างถูกต้อง ขณะที่ผมเรียนเรื่องการชิมไวน์ ผมก็ได้ตระหนักว่าเราสามารถนำแนวคิดทั่วไปในการชิมไวน์มาใช้กับเบียร์ได้เหมือนกัน และเมื่อผมลองทำเช่นนั้น ผมก็พบว่าไม่เพียงแต่ผมจะมีความสุขในการดื่มเบียร์ซึ่งเป็นเครื่องดื่มโปรดของผมมากขึ้นเท่านั้น แต่ผมยังได้ใช้เวลาเพื่อเพลิดเพลินไปกับสิ่งรอบข้าง และอยากจะค้นพบเบียร์ให้มากขึ้นอีก จากจุดนั้น การชิมเบียร์จะทำให้คุณรู้ว่าเบียร์ชนิดไหนเป็นเบียร์ที่ดีสำหรับคุณ และรู้ว่าแบบไหนที่คุณไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก

การใช้ห้าเอส (5S) ในการชิมเบียร์

ถ้าคุณได้รู้พื้นฐานของการชิมไวน์มาแล้ว คุณจะทราบว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะทำตามกฎ 5S ได้แก่ ดู (Sight), หมุน (Swirl), ดม (Sniff), จิบ (Sip), พ่น (Spit) เอาล่ะ ความจริงการชิมเบียร์ก็เหมือนๆ กัน เพียงแต่คุณคงจะฉุนถ้าต้องพ่นเบียร์ออกมา จากกฎที่กล่าวมา ต่อไปนี้คือ 5S ที่ผมใช้เวลาชิมเบียร์

1. ดู (Sight)

ผมชอบแยกข้อนี้ออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ ก่อนที่คุณจะเทเบียร์ลงในแก้ว ให้ดูเบียร์ที่อยู่ในขวดหรือกระป๋อง ดูว่ามีรอยร้าวในแก้วหรือรอยบุบบนกระป๋องหรือไม่ และอย่าลืมดูวันหมดอายุ แม้ว่าโดยทั่วไปเบียร์จะไม่หมดอายุ แต่เบียร์ที่มีอายุเกินวันที่กำหนดจะมีรสชาติด้อยลง และมีผลต่อการชิมเบียร์ของคุณ

หลังจากคุณเทเบียร์ลงในแก้ว ยกขึ้นและมองดู ทึ่งในความน่าดื่มของมัน สังเกตสีของเบียร์ ฟองด้านบนและความสม่ำเสมอโดยรวม ถ้าเบียร์มาจากขวดแบบมีจุกคอร์กหรือขวดที่ค่อนข้างเก่า ให้มองหาชิ้นส่วนของจุกคอร์กหรือเศษอะไรที่ไม่ควรจะอยู่ในเบียร์ เบียร์บางชนิดมียีสต์อยู่ในขวดและคุณอาจจะเห็นสะเก็ดสีขาว นั่นไม่เป็นไร เพราะมันเป็นแค่ยีสต์ที่เติมลงในขวดเพื่อให้เกิดการหมักต่อในขวด

2. หมุน (Swirl)

จับเจ้าตัวแสบไว้ให้แน่นๆ แล้วค่อยๆ หมุนข้อมือของคุณเป็นวงกลม จะทำให้เบียร์เคลื่อนอยู่ในแก้ว (อย่าหมุนแรงเกินไปล่ะ เพราะอาจจะทำให้เบียร์หกน่ะสิ เสียของหมด)

เหตุผลในการหมุนแก้วก็คือเพื่อทำให้กลิ่นกระจายได้เพิ่มขึ้น และกระตุ้นการเกิดคาร์บอไนเซชั่นหรือทำให้ฟองลดลงนั่นเอง

3. ดม (Sniff)

ทันทีหลังจากหมุนแก้วเบียร์แล้ว ให้ยื่นจมูกเข้าไปในแก้วและสูดแรงๆ ให้สูดลมหายใจเข้าทางจมูกเท่านั้น แล้วหายใจออกทั้งทางจมูกและปากก่อน แล้วตอนปลายให้หายใจออกทางปากอย่างเดียว เมื่อทำแบบนี้ คุณจะรู้ได้ว่าเบียร์มีกลิ่นและรสชาติอย่างไร

อย่างที่คุณอาจทราบอยู่แล้วว่า ความจริงกลิ่นเป็นตัวกำหนดเกือบ 90% ของรสชาติที่ได้ ถ้าเราได้ดมกลิ่นดู ดีๆ เราจะสามารถชิมได้อย่างแม่นย่ำมากขึ้น และมีความสุขกับเบียร์มากขึ้นด้วย ตอนที่ดมกลิ่นของเบียร์ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะพยายามดมเพื่อหากลิ่น 3 อย่าง ได้แก่ ยีสต์ ฮ็อพ และมอลต์ ยีสต์จะมีกลิ่นอยู่ระหว่างกลิ่นคล้ายผลไม้กับกลิ่นกรดซัลฟุริก ในขณะที่ฮ็อพจะมีกลิ่นของผลไม้รสเปรี้ยว สน และหญ้า ส่วนมอลต์จะมีกลิ่นเหมือนพวกเมล็ด เช่น กาแฟ ข้าวโพด ข้าวสาลี ฯลฯ

เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะพัฒนาแนวคิดได้เองว่าเบียร์แบบไหนมีกลิ่นหอมสำหรับคุณ และกลิ่นแบบไหนที่คุณชอบและไม่ชอบ

4. จิบ (Sip)

หลังจากคุณได้สูดกลิ่นสักสองสามครั้งแล้ว ก็ได้เวลาที่จะทำสิ่งเราควรทำกับเบียร์ นั่นก็คือดื่มมัน ให้ลองจิบดูสักคำ แต่อย่าจิบคำใหญ่ แล้วค่อยๆ กลั้วไปมาในปาก พยายามให้ทุกจุดบนลิ้นได้รับรสแล้วสังเกตว่าเบียร์มีรสชาติเป็นอย่างไร ให้พิจารณาว่าเบียร์มีรสขม หวาน เค็ม (หวังว่าคงไม่เค็ม) หรือว่าเปรี้ยว คุณจะบอกได้ถึงรสชาติอื่นๆ ที่มี ให้พยายามอธิบายรสชาติเหล่านี้ให้ดีที่สุด

ลองจิบอีกครั้งและเน้นดูที่ความสม่ำเสมอของเบียร์ และความรู้สึกเมื่ออยู่ในปาก ขณะเดียวกันก็ให้หายใจออก แล้วคุณน่าจะรู้สึกได้ว่าคุณสามารถรับรสของเบียร์ได้ดีขึ้น ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญสามารถบรรยายได้เป็นฉากๆ ว่ามีรสชาติอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แต่ความจริงคุณก็แค่ต้องหารสชาติพื้นฐานและพยายามตอบคำถามให้ได้ว่าคุณชอบเบียร์นี้หรือไม่ และเพราะอะไร

5. กลืน (Swallow)

สุดท้าย ให้กลืนเบียร์และสังเกตว่ารสชาติยังคงอยู่นานแค่ไหน ถ้ามันยังอยู่ แสดงว่าเบียร์เป็นแบบมีรสชาติตอนปลายที่อยู่ได้นาน (Long Finish) ถ้ามันหายไปอย่างรวดเร็ว แสดงว่าเบียร์นี้เป็นแบบมีรสชาติตอนปลายที่อยู่ได้สั้น (Short Finish) หรือไม่มีเลย (No Finish)

ถ้าคุณอยากจะชิมให้ละเอียดขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ให้ดูเทียบกับตารางการชิมและคู่มือการจำแนกประเภทแบบที่หาได้ตามเว็บไซต์ที่มี โปรแกรมรับรองการตัดสินเบียร์ (Beer Judge Certification Program) ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณลงลึกในรายละเอียดแต่ละขั้นตอนเกี่ยวเบียร์ที่คุณมองหา สำหรับคนอื่นที่เหลือ ก็เพียงแค่บอกให้ได้ว่าคุณชอบหรือไม่ชอบเบียร์นี้ และพยายามอธิบายว่าเพราะอะไร

ในตอนแรกอย่าไปกังวลถ้ายังไม่สามารถชิมรสชาติได้มากนัก เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะทำได้เอง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ให้แน่ใจว่าคุณมีความสุขกับการดื่มเบียร์มากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การชิมมันแต่เพียงอย่างเดียว

ความปรารถนาประจำสัปดาห์

เบอร์ร่า เดล บอร์โก เรอเอล

เวลานึกถึงประเทศอิตาลี ก็คงต้องนึกถึงพาสต้าและไวน์ก่อนเป็นอันดับแรก แต่เบียร์ล่ะ? เป็นไปได้ไหมที่จะมีเบียร์ดีๆ ที่มาจากประเทศที่ให้ไวน์แก่เรา? คำตอบคือมี! เบียร์นี้เป็นอเมริกัน เพล เอล ชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นจางๆ ของผลไม้รสเปรี้ยว และมีรสชาติเข้มข้นแบบมอลต์ และที่เหมือนกับอเมริกัน เพล เอล ส่วนใหญ่ก็คือ มีรสชาติดีตอนปลายที่อยู่ได้นาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของเบียร์ที่ยอดเยี่ยม!

 

You may also like...

Leave a Reply

lds dating service in hawaii

online dating in germany for americans

tealpointcustomhomes.com

"about"